ศึก ยูฟ่า ยูโรปา ลีก 2026/27 รอบลีกเฟส นัดที่ 1 ที่สนาม ซาน ซิโร เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี เมื่อคืนวันพุธที่ 16 กันยายน 2026 “ปีศาจแดงดำ” เอซี มิลาน เปิดบ้านรับการมาเยือนของ เบนฟิกา ในหนึ่งในคู่ใหญ่ประจำเกมเปิดสนามของรายการ
ผลการแข่งขันกลับกลายเป็นค่ำคืนที่น่าผิดหวังของเจ้าถิ่น เมื่อ โดดี ลูเคบาคิโอ ยิงให้ เบนฟิกา ขึ้นนำตั้งแต่นาที 16 ก่อน ยาคุบ คามินสกี้ บวกประตูที่สองหลังเริ่มครึ่งหลังเพียง 8 นาที ช่วยให้ทีมเยือนบุกคว้าชัย 2-0 และเก็บสามคะแนนแรกกลับโปรตุเกสได้สำเร็จ
เกมนี้มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ไม่น้อย เพราะ มิลาน และ เบนฟิกา เคยเจอกันในรอบชิงชนะเลิศยูโรเปียน คัพ ถึงสองครั้งในปี 1963 และ 1990 ซึ่งทั้งสองครั้งเป็น มิลาน ที่คว้าแชมป์
ก่อนเกมนี้ เบนฟิกา ยังไม่เคยเอาชนะ มิลาน ได้เลยจากการพบกันก่อนหน้า โดยแพ้ 4 และเสมอ 2 ครั้ง ขณะที่การเจอกันครั้งล่าสุดที่ซาน ซิโร ก่อนหน้านี้ต้องย้อนกลับไปถึงเกมแชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาล 2007/08
ฝั่งเจ้าบ้านมีการปรับผู้เล่นหลายตำแหน่ง โดย โอมารี ฮัทชินสัน ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงครั้งแรกของฤดูกาล เช่นเดียวกับ ฟิลิปโป แตร์รัชชาโน่ ขณะที่แนวรุกมี กอนซาโล่ รามอส ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า โดยมี อัลฟัดโจ ซิสเซ่ และ ฮัทชินสัน คอยสนับสนุน
ด้าน เบนฟิกา วาง จอน ดูรัน เป็นกองหน้าตัวเป้า โดยมี ลูเคบาคิโอ, จอร์จี้ ซูดาคอฟ และ คามินสกี้ สนับสนุนเกมรุก ส่วนแดนกลางใช้ เจา ปาลินญ่า กับ เฟรดริก เอาร์สเนส
หลังช่วง 15 นาทีแรกที่ทั้งสองทีมยังหาโอกาสชัดเจนได้ไม่มาก จุดเปลี่ยนแรกของการแข่งขันก็มาถึง
อนาโตลี ทรูบิน เปิดเกมขึ้นมาจากแดนหลัง ก่อนบอลถูกส่งต่อมาถึง ยาคุบ คามินสกี้ ซึ่งจ่ายให้ ลูเคบาคิโอ ทางริมเส้น
แนวรุกชาวเบลเยียมลากตัดเข้าด้านใน ก่อนยิงด้วยเท้าซ้ายจากนอกกรอบ บอลพุ่งเสียบมุมล่างอย่างเฉียบขาด
เอซี มิลาน 0-1 เบนฟิกา
แม้โอกาสดังกล่าวจะมีค่า xG เพียงประมาณ 0.03 แต่คุณภาพการยิงของ ลูเคบาคิโอ ทำให้ มิลาน ต้องตกเป็นฝ่ายตามหลังตั้งแต่ต้นเกม
หลังเสียประตู มิลาน เริ่มเร่งจังหวะและพยายามใช้การขึ้นเกมจากริมเส้นมากขึ้น
หนึ่งในโอกาสสำคัญมาจาก ฟิลิปโป แตร์รัชชาโน่ ที่ลองยิงไกล แต่ ทรูบิน พุ่งปัดออกไปได้อย่างยอดเยี่ยม
จากนั้น กอนซาโล่ รามอส มีโอกาสเข้าชาร์จจากการเปิดของ ดาวิเด้ บาร์เตซากี แต่ไม่สามารถสัมผัสบอลได้อย่างถนัด ขณะที่ อาร์ดอน ยาชารี ได้ลองยิงจากบริเวณหน้ากรอบ แต่บอลข้ามคานออกไป
แม้ มิลาน จะพยายามครองบอลเพื่อกดดัน แต่ทีมเยือนยังคงอันตรายทุกครั้งที่เปลี่ยนจากรับเป็นรุก
เบนฟิกา มีโอกาสยิงชนเสาในครึ่งแรก และสร้างปัญหาให้แนวรับเจ้าถิ่นด้วยความเร็วของแนวรุกอย่างต่อเนื่อง
สุดท้ายไม่มีประตูเพิ่มเติม ทำให้จบ 45 นาทีแรกด้วยสกอร์
เอซี มิลาน 0-1 เบนฟิกา
สถานการณ์ที่ตามหลังทำให้ มิลาน ต้องเปลี่ยนแผนตั้งแต่เริ่มครึ่งหลัง โดยส่ง คริสเตียน พูลิซิช และ มาริโอ กีล่า ลงสนาม
เจ้าถิ่นเริ่มต้นครึ่งหลังได้ดีขึ้น และมีโอกาสทองจาก โคนี เดอ วินเทอร์ หลังการทำเกมของ อัลฟัดโจ ซิสเซ่ แต่เจ้าตัวกลับยิงหลุดกรอบจากระยะใกล้
การพลาดจังหวะดังกล่าวกลายเป็นเรื่องที่ มิลาน ต้องเสียดายอย่างหนัก เพราะหลังจากนั้นไม่นาน เบนฟิกา ก็ลงโทษทันที
นาที 53 ทีมเยือนบุกขึ้นมาทางฝั่งซ้าย
ซูฟียาน เอล คารูอานี เติมขึ้นมา ก่อนเปิดบอลเรียดกลับเข้ามาบริเวณกลางกรอบเขตโทษ
บอลมาถึง ยาคุบ คามินสกี้ ที่ยืนอยู่ในพื้นที่อันตราย ก่อนจัดการยิงเต็มแรงจากระยะประมาณ 8 หลา ส่งบอลพุ่งเสียบตาข่าย
เอซี มิลาน 0-2 เบนฟิกา
จากผู้ทำแอสซิสต์ประตูแรก คามินสกี้เปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้ทำประตูเอง และทำให้สถานการณ์ของเจ้าถิ่นยากขึ้นอย่างมาก
คามินสกี้จึงกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญที่สุดของ เบนฟิกา ในค่ำคืนนี้
ประตูแรก เขาเป็นคนจ่ายให้ ลูเคบาคิโอ ก่อนที่ประตู 2-0 จะเป็นเจ้าตัวที่เติมเข้าไปจบสกอร์เอง
ผลงาน 1 ประตู 1 แอสซิสต์ ของแนวรุกทีมชาติโปแลนด์มีส่วนโดยตรงกับทั้งสองประตูที่เกิดขึ้น และเป็นตัวอย่างของประสิทธิภาพในจังหวะสุดท้ายที่สร้างความแตกต่างระหว่างสองทีม
เมื่อเหลือเวลาอีกมากกว่า 30 นาที มิลาน ไม่มีทางเลือกนอกจากเดินหน้าบุกเต็มกำลัง
อเล็กซิส ซาเลอมาเกอร์ส สร้างโอกาสให้ พูลิซิช ได้ยิงบริเวณเสาแรก แต่ ทรูบิน ยังป้องกันเอาไว้ได้
ต่อมา อาเดรียง ราบิโอต์ ลองยิงจากนอกกรอบแต่บอลข้ามคาน ขณะที่ พูลิซิช มีโอกาสอีกครั้งด้วยการยิงเร็วไปทางเสาไกล แต่ผู้รักษาประตูทีมเยือนยังพุ่งปัดออกหลังได้ทัน
หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ เบนฟิกา สามารถรักษาคลีนชีตได้คือผลงานของ อนาโตลี ทรูบิน
นายทวารทีมชาติยูเครนเซฟทั้งหมด 4 ครั้ง รวมถึง 2 จังหวะสำคัญ และยังทำผลงานได้ดีในการออกมาตัดบอลกลางอากาศ
Sofascore ให้คะแนน ทรูบิน สูงถึง 8.7 ซึ่งเป็นคะแนนสูงที่สุดของผู้เล่นในสนาม พร้อมสถิติ Goals Prevented ราว 0.76 ประตู
หากมองจากตัวเลข มิลาน ไม่ได้เป็นรองในเรื่องการครองเกม
เจ้าถิ่นครองบอลประมาณ 60% เทียบกับ 40% ของ เบนฟิกา และมีโอกาสยิงทั้งหมด 17 ครั้ง ขณะที่ทีมเยือนมี 11 ครั้ง
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองทีมยิงตรงกรอบเท่ากันที่ 4 ครั้ง และนี่คือจุดที่ความเฉียบคมสร้างความแตกต่าง เพราะ เบนฟิกา เปลี่ยน 4 ครั้งที่ตรงกรอบให้กลายเป็น 2 ประตู ส่วน มิลาน ไม่สามารถผ่าน ทรูบิน ได้เลย
ค่า Expected Goals อยู่ที่ประมาณ มิลาน 0.99 - 0.62 เบนฟิกา แต่ค่า Expected Goals on Target กลับเป็น เบนฟิกา ที่เหนือกว่า 1.00 ต่อ 0.76
นอกจากสามคะแนนแล้ว ผลการแข่งขันครั้งนี้ยังเป็นชัยชนะที่มีความหมายในหน้าประวัติศาสตร์ของ เบนฟิกา
ก่อนเกมนี้ยอดทีมจากโปรตุเกสไม่เคยเอาชนะ มิลาน ได้เลยในการแข่งขันอย่างเป็นทางการ โดยความทรงจำสำคัญที่สุดคือการแพ้ “รอสโซเนรี่” ในรอบชิงยูโรเปียน คัพ ทั้งปี 1963 และ 1990
แต่ค่ำคืนวันที่ 16 กันยายน 2026 ที่ซาน ซิโร ลูเคบาคิโอ และ คามินสกี้ ช่วยกันเขียนบทใหม่ พา เบนฟิกา คว้าชัยเหนือ มิลาน ได้เป็นครั้งแรก
สำหรับ มิลาน การแพ้ 0-2 ในบ้านถือเป็นการเริ่มต้นเส้นทาง ยูโรปา ลีก 2026/27 ที่ไม่เป็นไปตามแผน
ทีมสร้างโอกาสได้ถึง 17 ครั้งและครองบอลมากกว่า แต่ปัญหาคือการเปลี่ยนโอกาสเหล่านั้นให้เป็นประตู ขณะที่ความผิดพลาดในช่วงเวลาสำคัญถูก เบนฟิกา ลงโทษอย่างเด็ดขาด
หลังเกม อเล็กซิส ซาเลอมาเกอร์ส ยอมรับว่า มิลาน ไม่มีข้อแก้ตัวสำหรับความพ่ายแพ้ และทีมจำเป็นต้องทำงานหนักเพื่อไม่ให้ความผิดพลาดแบบนี้เกิดขึ้นอีก
ตรงกันข้ามกับเจ้าถิ่น เบนฟิกา สามารถเปิดลีกเฟสได้อย่างสมบูรณ์แบบ
สองประตูจาก ลูเคบาคิโอ และ คามินสกี้ บวกกับฟอร์มยอดเยี่ยมของ ทรูบิน ช่วยให้ทีมเก็บ 3 คะแนนเต็มพร้อมคลีนชีต จากหนึ่งในเกมเยือนที่ยากที่สุดของลีกเฟส
ชัยชนะ 2-0 ยังเป็นหนึ่งในผลการแข่งขันเด่นของเกมเปิดสนามยูโรปา ลีก 2026/27 ร่วมกับชัยชนะของ ลียง, เลเวอร์คูเซ่น และ ซันเดอร์แลนด์
เอซี มิลาน 0-2 เบนฟิกา
ผู้ทำประตู:
โดดี ลูเคบาคิโอ 16' (เบนฟิกา),
ยาคุบ คามินสกี้ 53' (เบนฟิกา),
แอสซิสต์:
ยาคุบ คามินสกี้ – ประตู 0-1,
ซูฟียาน เอล คารูอานี – ประตู 0-2,
รายการ: UEFA Europa League 2026/27 รอบลีกเฟส นัดที่ 1,
วันที่แข่งขัน: 16 กันยายน 2026 ตามเวลาท้องถิ่น / เช้ามืดวันที่ 17 กันยายน ตามเวลาไทย,
สนาม: San Siro, Milan,
สกอร์ครึ่งแรก: เอซี มิลาน 0-1 เบนฟิกา,
ผลการแข่งขัน: AC Milan 0-2 SL Benfica,
ครองบอล: มิลาน 60% - 40% เบนฟิกา,
ยิงทั้งหมด: มิลาน 17-11 เบนฟิกา,
ยิงตรงกรอบ: มิลาน 4-4 เบนฟิกา,
xG: มิลาน 0.99-0.62 เบนฟิกา,
คลีนชีต: อนาโตลี ทรูบิน – 4 เซฟ,
ดาวเด่น: ยาคุบ คามินสกี้ – 1 ประตู 1 แอสซิสต์,
สถิติสำคัญ: เบนฟิกาเอาชนะ เอซี มิลาน ได้เป็นครั้งแรก,
สถานการณ์: เบนฟิกาเก็บ 3 คะแนนเต็ม ส่วน เอซี มิลาน ยังไม่มีคะแนนหลังจบนัดแรก,