ศึก อีเอฟแอล คาราบาว คัพ 2026/27 รอบ 3 ที่สนาม ฮิลล์ ดิกคินสัน สเตเดียม เมื่อคืนวันพุธที่ 16 กันยายน 2026 เอฟเวอร์ตัน เปิดบ้านรับการมาเยือนของ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส
เกมนี้ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เป็นฝ่ายครองเกมและสร้างโอกาสได้มากกว่า แต่ต้องเจอกับฟอร์มเหนียวหนึบของ ชูเอา เวอร์จิเนีย อดีตผู้รักษาประตูเอฟเวอร์ตันที่ประเดิมสนามให้ วูล์ฟส์ และเซฟสำคัญหลายครั้ง
อย่างไรก็ตาม ความอดทนของเจ้าถิ่นได้รับรางวัลในช่วง 10 นาทีสุดท้าย เมื่อ ชาร์ลี อัลการาซ ถูกส่งลงสนามนาที 77 ก่อนใช้เวลาเพียง 3 นาที พลิกหนีแนวรับและยิงประตูชัยนาที 80 ช่วยให้ เอฟเวอร์ตัน เฉือนชนะ 1-0 ผ่านเข้าสู่รอบ 4 ได้สำเร็จ
เดวิด มอยส์ เลือกจัดทีมค่อนข้างแข็งแกร่ง โดยมี จอร์แดน พิคฟอร์ด เฝ้าเสา แนวรับประกอบด้วย เอนส์ลีย์ เมตแลนด์-ไนล์ส, เจค โอไบรอัน, ไมเคิล คีน และ วิตาลี มิโคเลนโก
แดนกลางใช้ เจมส์ การ์เนอร์ กับ เฮย์เดน แฮ็คนีย์ ขณะที่เกมรุกมี ไทเลอร์ ดิบลิง, เคียร์แนน ดิวส์บิวรี-ฮอลล์ และ แจ็ค กรีลิช สนับสนุน เธียร์โน แบร์รี ในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า
ฝั่ง วูล์ฟส์ หมุนเวียนทีมหลายตำแหน่ง โดยส่ง ชูเอา เวอร์จิเนีย ลงประเดิมเฝ้าเสา ขณะที่แนวรุกมี ราอูล ฮิเมเนซ, ทาวันดา ชิเรวา และดาวรุ่ง ฌอน นีฟ เป็นกำลังสำคัญ
แม้ เอฟเวอร์ตัน จะเป็นฝ่ายครองบอลมากกว่า แต่ วูล์ฟส์ ไม่ได้มาเล่นเกมรับเพียงอย่างเดียว
ช่วงต้นเกม ราอูล ฮิเมเนซ ได้โอกาสจากลูกฟรีคิก แต่ยังไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูได้ ขณะที่เจ้าถิ่นพยายามใช้ความสามารถเฉพาะตัวของ กรีลิช และ ดิบลิง เจาะตามริมเส้น
เกมช่วงแรกจึงค่อนข้างสูสี แม้ เอฟเวอร์ตัน จะค่อย ๆ ยึดพื้นที่และบีบให้ทีมเยือนต้องถอยลงไปตั้งรับมากขึ้นก็ตาม
โอกาสสำคัญของ เอฟเวอร์ตัน เกิดขึ้นในนาที 29
เจค โอไบรอัน เติมขึ้นมาลุ้นทำประตูจากลูกกลางอากาศ ก่อนขึ้นโหม่งบอลไปโดนบริเวณตาข่ายด้านนอก ทำให้แฟนบอลบางส่วนในสนามนึกว่าบอลเข้าประตูไปแล้ว
จากนั้น เอฟเวอร์ตัน ยังคงสร้างแรงกดดันต่อเนื่อง โดย แฮ็คนีย์ มีโอกาสลุ้นเช่นกัน แต่แนวรับของ วูล์ฟส์ ยังช่วยกันบล็อกเอาไว้ได้
หนึ่งในจังหวะเด่นที่สุดของครึ่งแรกเกิดขึ้นช่วงทดเวลาบาดเจ็บ
เธียร์โน แบร์รี ได้โอกาสขึ้นโหม่งจากระยะใกล้ และดูเหมือนบอลกำลังจะเข้าไปเป็นประตูขึ้นนำของ เอฟเวอร์ตัน
แต่ ชูเอา เวอร์จิเนีย โชว์ปฏิกิริยาสุดยอด พุ่งใช้มือเดียวปัดบอลข้ามคานออกไปได้อย่างเหลือเชื่อ
การเซฟครั้งนี้ช่วยให้ วูล์ฟแฮมป์ตัน รักษาสกอร์ 0-0 เอาไว้ได้จนจบครึ่งแรก
วูล์ฟส์ ยังต้องเจอข่าวไม่ดีเมื่อ ราอูล ฮิเมเนซ มีปัญหาอาการบาดเจ็บและไม่สามารถเล่นต่อได้
ทีมเยือนจึงต้องส่ง อดัม อาร์มสตรอง ลงสนามแทนในนาที 38 ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแผนที่ไม่ได้อยู่ในแผนเดิม
จบ 45 นาทีแรก เอฟเวอร์ตัน ยังไม่สามารถเจาะแนวรับ วูล์ฟส์ ได้ และทั้งสองทีมเสมอกันอยู่ 0-0
กลับมาเล่นครึ่งหลัง วูล์ฟส์ เป็นฝ่ายสร้างโอกาสทองได้ก่อน
ฌอน นีฟ ใช้ความแข็งแกร่งเบียดเอาชนะ มิโคเลนโก ก่อนแทงบอลเข้าไปให้ อดัม อาร์มสตรอง หลุดเข้าไปจบสกอร์
อาร์มสตรองยิงได้อันตราย แต่ จอร์แดน พิคฟอร์ด ออกมาปิดมุมและใช้ขาเซฟเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม
เป็นหนึ่งในจังหวะสำคัญของการแข่งขัน เพราะหาก วูล์ฟส์ ได้ประตูขึ้นนำก่อน เกมอาจเปลี่ยนไปอีกแบบทันที
หลังรอดพ้นจากการเสียประตู เอฟเวอร์ตัน กลับมาเดินหน้ากดดันอีกครั้ง
เจมส์ การ์เนอร์ มีโอกาสทดสอบ เวอร์จิเนีย ก่อนที่ตัวสำรองอย่าง เบรนแนน จอห์นสัน ซึ่งลงมาแทน แบร์รี นาที 58 จะได้โอกาสยิงเช่นกัน
แต่ผู้รักษาประตู วูล์ฟส์ ยังใช้ขาป้องกันเอาไว้ได้อีกครั้ง ทำให้สกอร์ยังคงอยู่ที่ 0-0 และเกมเริ่มมีโอกาสลากไปถึงการดวลจุดโทษ
เมื่อเหลือเวลาอีกไม่ถึง 15 นาที เดวิด มอยส์ ตัดสินใจเปลี่ยนเกมครั้งสำคัญ
ชาร์ลี อัลการาซ ถูกส่งลงสนามแทน เฮย์เดน แฮ็คนีย์ ในนาที 77 ขณะที่ ไทริค จอร์จ ลงมาแทน แจ็ค กรีลิช ในเวลาเดียวกัน
และการเปลี่ยนตัวครั้งนี้ใช้เวลาเพียงสามนาทีในการสร้างผลลัพธ์
นาที 80 ประตูที่แฟนบอลเจ้าถิ่นรอคอยก็มาถึง
ไทเลอร์ ดิบลิง พาบอลขึ้นมาก่อนจ่ายให้ อัลการาซ ในพื้นที่อันตราย
อัลการาซรับบอล ก่อนหมุนตัวหนี โตติ โกเมส อย่างยอดเยี่ยม แล้วจัดการปั่นด้วยเท้าซ้ายส่งบอลผ่าน เวอร์จิเนีย เข้าประตู
เอฟเวอร์ตัน 1-0 วูล์ฟแฮมป์ตัน
จากตัวสำรองที่เพิ่งลงสนามมาเพียงประมาณสามนาที อัลการาซ กลายเป็นฮีโร่ของเจ้าถิ่นทันที ขณะที่ ดิบลิง ได้แอสซิสต์จากผลงานโดดเด่นตลอดทั้งเกม
แม้ อัลการาซ จะเป็นผู้ทำประตูเดียวของเกม แต่หนึ่งในผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดคือ ไทเลอร์ ดิบลิง
ดาวรุ่งรายนี้เล่นครบ 90 นาที และเป็นผู้นำของ เอฟเวอร์ตัน ทั้งในจำนวนการพยายามเลี้ยงบอล การเลี้ยงผ่านคู่แข่ง รวมถึงการดวลกับผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม
ดิบลิง ยังสร้างโอกาสสองครั้ง และหนึ่งในนั้นคือการจ่ายให้ อัลการาซ ยิงประตูชัย จนผู้ช่วยกุนซือ อลัน เออร์ไวน์ กล่าวชื่นชมฟอร์มของเขาหลังการแข่งขัน
หลังตกเป็นฝ่ายตามหลัง วูล์ฟส์ ไม่มีทางเลือกและต้องเดินหน้าบุกเพื่อหวังตีเสมอ
ช่วงท้าย ทอมมี่ ดอยล์ ได้โอกาสยิงทดสอบ พิคฟอร์ด แต่ผู้รักษาประตูทีมชาติอังกฤษยังป้องกันเอาไว้ได้
ทีมเยือนพยายามกดดันจนถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แต่แนวรับของ เอฟเวอร์ตัน ช่วยกันรักษาความได้เปรียบเอาไว้ ก่อนเสียงนกหวีดหมดเวลาจะดังขึ้น
ตัวเลขหลังเกมสะท้อนว่า เอฟเวอร์ตัน เป็นฝ่ายคุมการแข่งขันได้มากกว่า
เจ้าบ้านครองบอลประมาณ 62% ต่อ 38% และมีโอกาสยิงทั้งหมด 16 ครั้ง เทียบกับ 6 ครั้ง ของ วูล์ฟส์
เอฟเวอร์ตันยิงตรงกรอบ 6 ครั้ง ขณะที่ทีมเยือนมี 2 ครั้ง และเจ้าถิ่นสร้างโอกาสสำคัญได้ถึง 5 ครั้ง ขณะที่ Wolves ไม่มี Big Chance ตามข้อมูล ESPN
ค่า Expected Goals หรือ xG อยู่ที่ เอฟเวอร์ตัน 1.68 ต่อ 0.26 วูล์ฟส์ ยิ่งตอกย้ำว่าเจ้าบ้านเป็นฝ่ายสร้างโอกาสคุณภาพสูงได้มากกว่า แม้จะต้องรอถึงนาที 80 กว่าจะได้ประตู
แม้ต้องเป็นฝ่ายแพ้ แต่ ชูเอา เวอร์จิเนีย เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ทำให้เกมนี้สูสีจนถึงช่วงท้าย
นายทวารที่กลับมาเยือนอดีตต้นสังกัดในฐานะผู้เล่น วูล์ฟแฮมป์ตัน เซฟไปถึง 5 ครั้ง รวมถึงลูกโหม่งระยะเผาขนของ แบร์รี ในช่วงทดเวลาครึ่งแรก
หากไม่มีผลงานของ เวอร์จิเนีย สกอร์อาจขาดมากกว่านี้ เพราะ เอฟเวอร์ตัน มีโอกาสสำคัญหลายครั้งตลอด 90 นาที
สำหรับ ชาร์ลี อัลการาซ ประตูชัยนัดนี้มีความหมายมากเป็นพิเศษ
นอกจากจะส่ง เอฟเวอร์ตัน ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปแล้ว ยังเป็นประตูแรกของเจ้าตัวให้สโมสรในรอบประมาณ 13 เดือน
จากการถูกส่งลงมาในนาที 77 ก่อนยิงในนาที 80 ทำให้ อัลการาซ ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีในการเปลี่ยนทิศทางของเกมอย่างสิ้นเชิง
ชัยชนะนัดนี้ยังมีความหมายสำหรับ เอฟเวอร์ตัน เพราะฤดูกาล 2025/26 พวกเขาเคยถูก วูล์ฟแฮมป์ตัน เขี่ยตกรอบคาราบาว คัพ ในรอบเดียวกันด้วยสกอร์ 2-0
หนึ่งปีต่อมา ทอฟฟี่สีน้ำเงินสามารถเอาคืนได้สำเร็จด้วยชัยชนะ 1-0 ในบ้านของตัวเอง พร้อมเดินหน้าต่อในฟุตบอลถ้วยรายการนี้
ชัยชนะเหนือ วูล์ฟแฮมป์ตัน ส่งให้ เอฟเวอร์ตัน ผ่านเข้าสู่ คาราบาว คัพ รอบ 4 หรือรอบ 16 ทีมสุดท้าย
ผลการจับสลากประกบคู่ทำให้ เอฟเวอร์ตัน จะได้เล่นในบ้านอีกครั้ง โดยมีคิวพบกับ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ที่ ฮิลล์ ดิกคินสัน สเตเดียม ในรอบต่อไป
ส่วน วูล์ฟแฮมป์ตัน ต้องยุติเส้นทางในคาราบาว คัพ ไว้เพียงรอบ 3 แม้จะสร้างปัญหาให้เจ้าถิ่นได้ไม่น้อยและรักษาสกอร์ 0-0 ได้นานถึง 80 นาที
เอฟเวอร์ตัน 1-0 วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส
ผู้ทำประตู:
ชาร์ลี อัลการาซ 80' (เอฟเวอร์ตัน),
แอสซิสต์: ไทเลอร์ ดิบลิง,
รายการ: EFL Carabao Cup 2026/27 รอบ 3,
วันที่แข่งขัน: 16 กันยายน 2026 ตามเวลาท้องถิ่น / เช้ามืดวันที่ 17 กันยายน ตามเวลาไทย,
สนาม: Hill Dickinson Stadium, Liverpool,
ผู้ชม: 50,970 คน,
สกอร์ครึ่งแรก: เอฟเวอร์ตัน 0-0 วูล์ฟแฮมป์ตัน,
ผลการแข่งขัน: Everton 1-0 Wolverhampton Wanderers,
ครองบอล: เอฟเวอร์ตัน 62% - 38% วูล์ฟส์,
ยิงทั้งหมด: เอฟเวอร์ตัน 16-6 วูล์ฟส์,
ยิงตรงกรอบ: เอฟเวอร์ตัน 6-2 วูล์ฟส์,
xG: เอฟเวอร์ตัน 1.68-0.26 วูล์ฟส์,
เตะมุม: เอฟเวอร์ตัน 6-2 วูล์ฟส์,
ดาวเด่น: ไทเลอร์ ดิบลิง – แอสซิสต์ประตูชัยและสร้างปัญหาให้แนวรับตลอดเกม,
ฮีโร่: ชาร์ลี อัลการาซ – ลงสำรองนาที 77 ยิงประตูชัยนาที 80,
สถานการณ์: เอฟเวอร์ตัน ผ่านเข้าสู่รอบ 4 พบ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ส่วน วูล์ฟแฮมป์ตัน ตกรอบ