ศึก ลาลีกา สเปน ฤดูกาล 2026/27 สัปดาห์ที่ 6 เมื่อคืนวันอังคารที่ 15 กันยายน 2026 ที่สนาม เอสตาดิโอ มาร์ติเนซ บาเลโร่ เอลเช เปิดบ้านรับการมาเยือนของ เรอัล มาดริด
เกมนี้กลายเป็นอีกหนึ่งแมตช์สุดระทึกของ “ราชันชุดขาว” เมื่อพวกเขาออกนำก่อนถึง 2-0 จากฟรีคิกของ อาร์ด้า กือแลร์ ที่ชนเสาแล้วเด้งโดนผู้รักษาประตู มาติอัส ดิตูโร่ เข้าประตูตัวเอง และประตูของ คีลิยัน เอ็มบัปเป้
แต่ครึ่งหลัง เอลเช ฮึดกลับมาอย่างเหลือเชื่อ ไล่ตีเสมอ 2-2 จาก อาเบียล โอโซริโอ และ เฟร์ นินโญ่ ก่อนตัวสำรองวัย 21 ปี คาร์ลอส เอสปิ จะกลายเป็นฮีโร่ ซัดประตูชัยช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาที 90+1 พา มาดริด บุกคว้าชัย 3-2
ทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ เริ่มเกมด้วยการเดินหน้ากดดันเจ้าถิ่นทันที โดย เอ็มบัปเป้ มีโอกาสจบสกอร์ตั้งแต่ช่วงต้น แต่ ดิตูโร่ ยังออกมาป้องกันได้
หลังจากนั้น วินิซิอุส จูเนียร์ ได้บอลทะลุช่องจาก กือแลร์ แต่ยิงหลุดกรอบ ขณะที่ ดีน เฮาเซ่น ได้ขึ้นโหม่งจากลูกเตะมุมในนาที 11 แต่ผู้รักษาประตู เอลเช รับเอาไว้ได้บนเส้น
เอลเช เองมีโอกาสตอบโต้ในนาที 17 จาก โอโซริโอ ที่ยิงด้วยเท้าซ้ายจากบริเวณขอบกรอบเขตโทษ แต่บอลข้ามคานออกไป
ความกดดันของ เรอัล มาดริด มาประสบความสำเร็จในนาที 25
อาร์ด้า กือแลร์ รับหน้าที่เล่นฟรีคิกระยะไกล ก่อนปั่นด้วยเท้าซ้ายอย่างสวยงาม บอลพุ่งชนเสาแล้วกระดอนกลับมาโดนมือของ ดิตูโร่ ก่อนเด้งเข้าประตู
เอลเช 0-1 เรอัล มาดริด
แม้จะเป็นลูกยิงที่ยอดเยี่ยมของ กือแลร์ แต่ตามบันทึกอย่างเป็นทางการของ ลาลีกา ประตูดังกล่าวถูกนับเป็น มาติอัส ดิตูโร่ ทำเข้าประตูตัวเอง
แม้ประตูจะถูกบันทึกเป็น own goal แต่ลูกฟรีคิกของ กือแลร์ ก็มีความน่าสนใจอย่างมาก เพราะเป็นครั้งแรกในรอบ 120 นัด ที่ลูกฟรีคิกโดยตรงของผู้เล่น เรอัล มาดริด นำไปสู่ประตู
ครั้งก่อนหน้านั้นเกิดขึ้นจาก โรดรีโก้ ในเกมพบ เซบีย่า เมื่อเดือนพฤษภาคม 2023 ถือเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานที่สุดที่สโมสรไม่มีประตูจากฟรีคิกโดยตรงตามข้อมูลของ Managing Madrid
เพียงแปดนาทีหลังประตูแรก เรอัล มาดริด ก็ขยับหนีเป็น 2-0
ยาน ดิโอม็องเด้ กระชากบอลขึ้นมาทางริมเส้นฝั่งขวา ก่อนเปิดเรียดเข้าไปบริเวณหน้าประตู
เอ็มบัปเป้ เคลื่อนที่หนีตัวประกบจนไม่มีผู้เล่น เอลเช อยู่ใกล้ ก่อนยิงด้วยเท้าขวาผ่าน ดิตูโร่ เข้าไปอย่างเฉียบขาด
เอลเช 0-2 เรอัล มาดริด
นอกจากเป็นประตูของ เอ็มบัปเป้ แล้ว จังหวะนี้ยังเป็น แอสซิสต์แรกของ ดิโอม็องเด้ ในสีเสื้อ เรอัล มาดริด อีกด้วย
ประตูในเกมนี้ทำให้ เอ็มบัปเป้ ยิงไปแล้ว 7 ประตูจาก 6 นัดแรกในลาลีกาฤดูกาล 2026/27
เขายังกลายเป็นนักเตะ เรอัล มาดริด คนแรกนับตั้งแต่ อูโก้ ซานเชซ ในปี 1987 ที่ยิง 7 ประตูจากหกเกมแรกของลาลีกาได้สองฤดูกาลติดต่อกัน
นอกจากนี้ เอลเช ยังเป็นอีกทีมที่ เอ็มบัปเป้ สามารถเพิ่มชื่อเข้าไปในรายชื่อคู่แข่งที่เขาเคยยิงประตูได้ในลีกสเปน
หลังนำ 2-0 มาดริด ยังไม่ได้หยุดบุก
นาที 38 วินิซิอุส ได้โอกาสยิงจากมุมแคบ แต่ ดิตูโร่ ป้องกันเอาไว้ได้
ช่วงท้ายครึ่งแรก เตเต้ โมเรนเต้ ตอบโต้ให้เจ้าถิ่นด้วยลูกยิงเต็มแรง แต่ ติโบต์ กูร์กตัวส์ พุ่งเซฟเอาไว้ได้
จบครึ่งแรก เอลเช 0-2 เรอัล มาดริด และดูเหมือนทีมเยือนกำลังมุ่งหน้าสู่ชัยชนะที่ไม่ยากเย็นนัก
แต่หลังพักครึ่ง รูปเกมเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
เอลเช กล้าเล่นเกมรุกมากขึ้น ขณะที่ มาดริด ไม่สามารถรักษาความเข้มข้นและการควบคุมเกมเหมือนใน 45 นาทีแรกได้
ทั้งสองฝ่ายเริ่มเปิดพื้นที่ให้กันมากขึ้น โมเรนเต้ มีโอกาสยิงไกล ขณะที่ฝั่งทีมเยือน เอ็มบัปเป้ และ วินิซิอุส ต่างมีโอกาสที่จะยิงประตูที่สาม แต่ไม่สามารถปิดเกมได้
ความพยายามของเจ้าถิ่นได้ผลในนาที 71
ลูคัส เซเปด้า เปิดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ และ อาเบียล โอโซริโอ ขึ้นโหม่งเอาชนะแนวรับก่อนส่งบอลผ่าน กูร์กตัวส์ เข้าประตู
เอลเช 1-2 เรอัล มาดริด
นี่เป็นประตูแรกของ โอโซริโอ ให้กับ เอลเช และเปลี่ยนบรรยากาศใน มาร์ติเนซ บาเลโร่ ทันที เพราะเจ้าถิ่นกลับมามีความหวังอีกครั้ง
และสิ่งที่แฟนบอล เรอัล มาดริด ไม่อยากเห็นก็เกิดขึ้นในนาที 83
มาร์ก กูกูเรย่า เสียการครองบอลลึกในแดนตัวเอง เปิดโอกาสให้ เอลเช โจมตีทันที
บอลมาถึง เฟร์ นินโญ่ ภายในกรอบเขตโทษ ก่อนเจ้าตัวจบสกอร์ส่งบอลเสียบโคนเสาแบบที่ กูร์กตัวส์ หมดสิทธิ์ป้องกัน
เอลเช 2-2 เรอัล มาดริด
จากเกมที่ มาดริด เคยนำสบาย ๆ 2-0 กลายเป็นว่าพวกเขาถูกทีมเจ้าบ้านไล่ตามตีเสมอ และเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่นาที
หลังถูกตีเสมอ มูรินโญ่ ไม่มีทางเลือกนอกจากเดินหน้าเต็มกำลังเพื่อเอาสามคะแนน
นาที 86 เขาส่งสองกองหน้าอย่าง คาร์ลอส เอสปิ และ เอ็นดริค ลงสนาม
โดยเฉพาะ เอสปิ ซึ่งฤดูกาลนี้เคยสร้างชื่อในฐานะซูเปอร์ซับมาแล้ว และครั้งนี้เจ้าตัวใช้เวลาในสนามเพียงไม่กี่นาทีก่อนสร้างความแตกต่างอีกครั้ง
เข้าสู่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ มาดริด เปิดเกมบุกอย่างหนัก
จังหวะสำคัญเริ่มต้นจาก จู๊ด เบลลิงแฮม ทางฝั่งซ้าย ก่อนจ่ายให้ เอ็มบัปเป้ หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ
เอ็มบัปเป้ ไม่เลือกยิงเอง แต่ใจกว้างปาดบอลผ่านหน้าประตูให้ คาร์ลอส เอสปิ ที่เติมเข้ามาพอดี
เอสปิ แปบอลเข้าไปในประตูโล่ง ๆ
เอลเช 2-3 เรอัล มาดริด
ประตูในนาที 90+1 กลายเป็นประตูชัย และช่วยให้ มาดริด รอดพ้นจากการทำสองคะแนนหล่นอย่างหวุดหวิด
เรื่องราวของ คาร์ลอส เอสปิ น่าสนใจเป็นพิเศษ
เกมนี้เขาถูกส่งลงสนามในช่วงท้าย และใช้เวลาเพียงประมาณ 4 นาที ก่อนทำประตูชัย
เมื่อรวมช่วงต้นฤดูกาล เอสปิ ทำไปแล้ว 2 ประตูจากเวลาในสนามรวมเพียง 26 นาที ในการลงเล่นห้านัด หรือคิดเป็นเฉลี่ยประมาณหนึ่งประตูทุก 13 นาที
ที่สำคัญ ทั้งสองประตูเป็นประตูสำคัญช่วงท้ายเกม ทำให้ดาวรุ่งวัย 21 ปีเริ่มสร้างชื่อในฐานะหนึ่งใน “ซูเปอร์ซับ” ของ มาดริด ฤดูกาลนี้
สิ่งที่ทำให้เกมนี้น่าสนใจคือคุณภาพโอกาสของ เรอัล มาดริด
ข้อมูลหลังเกมระบุว่า “ราชันชุดขาว” สร้างค่า Expected Goals หรือ xG ถึง 3.56 ซึ่งเป็นตัวเลขสูงที่สุดของพวกเขาในฤดูกาลนี้
เฉพาะครึ่งแรก มาดริด สร้าง xG ได้ถึง 2.03 แต่หลังพักครึ่งประสิทธิภาพลดลงอย่างชัดเจน ก่อน เอสปิ จะสร้างโอกาสสำคัญในช่วงทดเวลาบาดเจ็บและเปลี่ยนเกมให้กลับมาเป็นชัยชนะ
แม้สุดท้ายจะได้สามคะแนน แต่ มูรินโญ่ ไม่ได้พอใจกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น
สิ่งที่กุนซือชาวโปรตุเกสกังวลคือทีมไม่สามารถรักษาการควบคุมเกมในครึ่งหลังได้ หลังเล่นได้เหนือกว่าอย่างชัดเจนใน 45 นาทีแรก
จากนำ 2-0 และมีโอกาสปิดเกมหลายครั้ง มาดริด กลับปล่อยให้ เอลเช ยิงสองประตูในช่วง 12 นาที จนต้องพึ่งประตูช่วงทดเวลาบาดเจ็บเพื่อคว้าชัย
ชัยชนะนัดนี้เป็นชัยชนะเกมลีกนัดที่ 5 ของ เรอัล มาดริด ในฤดูกาล 2026/27 ทำให้พวกเขามี 15 คะแนนจาก 6 นัด
หลังจบเกม มาดริด มีคะแนนเท่ากับ บาร์เซโลน่า ที่ 15 คะแนน แต่ทีมจากกาตาลันยังมีเกมในมือ ขณะที่ เอลเช ยังคงไม่ชนะใครและมีเพียง 2 คะแนน
โปรแกรมต่อไปของ มาดริด จะเป็นเกมใหญ่ทันที เมื่อพวกเขาต้องบุกเยือน แอตเลติโก มาดริด ในศึกมาดริดดาร์บี้ ซึ่งตามโปรแกรมอย่างเป็นทางการอยู่ใน Matchday 7 ของลาลีกา
เอลเช 2-3 เรอัล มาดริด
ผู้ทำประตู:
มาติอัส ดิตูโร่ 25' (เข้าประตูตัวเอง – เรอัล มาดริด),
คีลิยัน เอ็มบัปเป้ 33' (เรอัล มาดริด),
อาเบียล โอโซริโอ 71' (เอลเช),
เฟร์ นินโญ่ 83' (เอลเช),
คาร์ลอส เอสปิ 90+1' (เรอัล มาดริด),
รายการ: LaLiga 2026/27 สัปดาห์ที่ 6,
วันที่แข่งขัน: 15 กันยายน 2026 ตามเวลาท้องถิ่น / เช้ามืดวันที่ 16 กันยายน ตามเวลาไทย,
สนาม: Estadio Martínez Valero,
สกอร์ครึ่งแรก: เอลเช 0-2 เรอัล มาดริด,
ผลการแข่งขัน: Elche CF 2-3 Real Madrid,
ดาวเด่น: คาร์ลอส เอสปิ – ตัวสำรองยิงประตูชัย 90+1',
เอ็มบัปเป้: 1 ประตู 1 แอสซิสต์,
สถานการณ์หลังเกม: เรอัล มาดริด เก็บเพิ่มเป็น 15 คะแนนจาก 6 นัด ขณะที่ เอลเช มี 2 คะแนน