ศึก อีเอฟแอล คาราบาว คัพ 2026/27 รอบ 3 เมื่อคืนวันที่ 15 กันยายน 2026 ที่สนาม พอร์ตแมน โร้ด อิปสวิช ทาวน์ เปิดบ้านรับการมาเยือนของ อาร์เซน่อล
เกมนี้กลายเป็นเวทีแจ้งเกิดอีกครั้งของ แม็กซ์ ดาวแมน (Max Dowman) ดาวรุ่งมหัศจรรย์วัยเพียง 16 ปีของ “ปืนใหญ่” หลังเหมาคนเดียวสองประตู ขณะที่ โนนี่ มาดูเอเก้ และ มิเกล เมริโน่ ช่วยกันยิงอีกคนละลูก
ฝั่งเจ้าถิ่นได้สองประตูจาก อานิส เมห์เมติ และ ชูบา อัคปอม แต่ไม่เพียงพอ สุดท้าย อาร์เซน่อล บุกคว้าชัย 4-2 พร้อมตีตั๋วเข้าสู่รอบ 4 ของคาราบาว คัพ ได้สำเร็จ
อาร์เซน่อล ใช้เวลาเพียง 7 นาที ในการเจาะประตูเจ้าถิ่น และเป็นประตูสุดสวยจาก แม็กซ์ ดาวแมน
ดาวรุ่งวัย 16 ปีแย่งบอลได้บริเวณกลางสนาม ก่อนพาบอลพุ่งขึ้นหน้าด้วยตัวเอง จากนั้นใช้ทักษะเล่นงาน เซดริก คิเปร ก่อนหลุดเข้าไปในพื้นที่อันตราย
ดาวแมนยังคงเยือกเย็น ก่อนส่งบอลผ่าน คริสเตียน วอลตัน เข้ามุมประตูอย่างเด็ดขาด
อิปสวิช 0-1 อาร์เซน่อล
เป็นการเริ่มต้นเกมที่ยอดเยี่ยมของดาวรุ่งจากอะคาเดมี เฮล เอนด์ และเป็นสัญญาณเตือนว่าแนวรับ อิปสวิช จะต้องเจอกับค่ำคืนที่ยากลำบาก
อิปสวิช ยังตั้งเกมไม่ทัน อาร์เซน่อล ก็ได้ประตูที่สองอย่างรวดเร็วในนาที 16
จังหวะนี้ บรูโน่ กิมาไรส์ และ มิเกล เมริโน่ ช่วยกันสร้างเกม ก่อนบอลมาถึง โนนี่ มาดูเอเก้ ในกรอบเขตโทษ
แนวรุกทีมชาติอังกฤษไม่ปล่อยโอกาสหลุดมือ จัดการยิงเต็มแรงผ่าน วอลตัน เข้าไป
อิปสวิช 0-2 อาร์เซน่อล
ผ่านไปเพียง 16 นาที ทีมเยือนก็ทิ้งห่างถึงสองประตู และสามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างเต็มที่
แม้จะเสียสองประตูอย่างรวดเร็ว แต่ “ม้าขาว” ไม่ยอมปล่อยเกมง่าย ๆ และเริ่มสร้างโอกาสของตัวเอง
เซียน เฟลมมิ่ง มีโอกาสสำคัญ แต่ มาร์ลี แซลมอน ดาวรุ่งวัย 17 ปีของ อาร์เซน่อล ช่วยสกัดบอลออกจากเส้นประตูได้
จากนั้น เฟลมมิ่ง ยังสร้างโอกาสให้ เมห์เมติ ได้ลุ้นยิงอีกครั้ง แต่บอลข้ามคานออกไป
แนวรับ อาร์เซน่อล ซึ่งเกมนี้มีผู้เล่นดาวรุ่งหลายคนยังสามารถรับมือแรงกดดันได้ ก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ อิปสวิช 0-2 อาร์เซน่อล
มิเกล อาร์เตต้า ใช้เกมนี้เปิดโอกาสให้นักเตะดาวรุ่งหลายรายลงสนาม โดยเฉพาะ ดาวแมน และ แซลมอน
ดาวแมนสร้างความแตกต่างในแนวรุก ขณะที่ แซลมอนทำผลงานโดดเด่นในเกมรับ แม้เพิ่งอายุ 17 ปี
ก่อนเกมนี้ทั้งสองทีมมีการเปลี่ยนแปลงตัวจริงรวมกันถึง 19 ตำแหน่ง จากเกมพรีเมียร์ลีกนัดก่อนหน้า สะท้อนว่าทั้ง อิปสวิช และ อาร์เซน่อล ใช้คาราบาว คัพ เป็นโอกาสในการหมุนเวียนขุมกำลัง แต่คุณภาพเชิงลึกของทีมเยือนสร้างความแตกต่างอย่างชัดเจน
กลับมาเล่นครึ่งหลังเพียง 2 นาที ดาวแมนก็แผลงฤทธิ์อีกครั้ง
มาร์ติน ซูบิเมนดี้ จ่ายบอลเข้าไปให้เจ้าหนูวัย 16 ปีบริเวณด้านข้างกรอบหกหลา
ดาวแมนจับจังหวะก่อนบรรจงยิงบอลผ่าน วอลตัน เสียบเสาไกลอย่างเหนือชั้น
อิปสวิช 0-3 อาร์เซน่อล
กลายเป็นประตูที่สองของ ดาวแมน ในเกมนี้ และทำให้เจ้าตัวขโมยซีนทุกคนในสนามพอร์ตแมน โร้ด
ผลงานสองประตูของ ดาวแมน ยิ่งตอกย้ำสถานะหนึ่งในดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดของ อาร์เซน่อล
โดยเฉพาะประตูแรกที่เริ่มจากการแย่งบอลบริเวณครึ่งสนาม ก่อนใช้ทั้งความเร็ว ความแข็งแกร่ง และทักษะส่วนตัวพาบอลไปจบสกอร์ด้วยตัวเอง
ดาวแมนได้รับเลือกเป็น Man of the Match จากผลงานสองประตูในเกมนี้ และกลายเป็นตัวเอกสำคัญในการพา อาร์เซน่อล ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป
สถานการณ์ของ อิปสวิช ยิ่งหนักขึ้นในนาที 58
คราวนี้เป็น มิเกล เมริโน่ กัปตันทีมเฉพาะกิจของ อาร์เซน่อล ที่ได้โอกาสบริเวณหน้ากรอบเขตโทษ
กองกลางชาวสเปนบรรจงปั่นบอลไปทางเสาไกล ลูกพุ่งชนเสาก่อนเด้งเข้าประตูอย่างสวยงาม
อิปสวิช 0-4 อาร์เซน่อล
หลังผ่านไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง อาร์เซน่อล ยิงไปแล้วถึงสี่ประตู และดูเหมือนเกมจะถูกตัดสินเรียบร้อยแล้ว
อย่างไรก็ตาม อิปสวิช ยังไม่ยอมแพ้
นาที 62 ตัวสำรอง แจ็ค คลาร์ก สร้างโอกาสให้ อานิส เมห์เมติ จบสกอร์ผ่านแนวรับ อาร์เซน่อล เข้าไป
อิปสวิช 1-4 อาร์เซน่อล
เสียงเชียร์ของแฟนบอลเจ้าถิ่นกลับมาดังกระหึ่มอีกครั้ง แม้สถานการณ์โดยรวมยังเป็นรองถึงสามประตูก็ตาม
หลังสกอร์เป็น 4-1 อาร์เตต้าเริ่มบริหารขุมกำลังและส่งผู้เล่นจากม้านั่งสำรองลงสนาม
หนึ่งในนั้นคือ มาร์ติน โอเดการ์ด ที่ถูกส่งลงมาแทน มาดูเอเก้ ขณะที่ คริสตอส โซลิส และผู้เล่นดาวรุ่งรายอื่นก็ได้รับโอกาส
อาร์เซน่อล ไม่จำเป็นต้องเร่งเกมเหมือนช่วงแรกอีกต่อไป และหันมาเน้นการควบคุมบอลเพื่อรักษาความได้เปรียบ
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ อิปสวิช มาได้อีกหนึ่งประตู
ชูบา อัคปอม อดีตเด็กปั้นของ อาร์เซน่อล ซึ่งถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองในครึ่งหลัง สามารถส่งบอลเข้าประตูทีมเก่าของตัวเองได้ในนาที 90+1
อิปสวิช 2-4 อาร์เซน่อล
แต่ประตูดังกล่าวเกิดขึ้นช้าเกินไป และกลายเป็นเพียงประตูปลอบใจ ก่อนผู้ตัดสินเป่าจบการแข่งขันด้วยชัยชนะของทีมเยือน
ตัวเลขหลังการแข่งขันสะท้อนภาพรวมของเกมได้ค่อนข้างชัดเจน
อาร์เซน่อล ครองบอล 58% เทียบกับ อิปสวิช 42% และมีโอกาสยิงทั้งหมด 12 ครั้ง ขณะที่เจ้าถิ่นยิง 8 ครั้ง
ทีมเยือนยิงตรงกรอบ 6 ครั้ง และเปลี่ยนเป็น 4 ประตู ส่วน อิปสวิช ยิงตรงกรอบ 3 ครั้งและได้สองประตู
ด้านการผ่านบอล อาร์เซน่อล ต่อบอลสำเร็จ 521 จาก 584 ครั้ง ขณะที่ อิปสวิช ผ่านบอลสำเร็จ 341 จาก 400 ครั้ง
หลังการแข่งขัน มิเกล อาร์เตต้า กล่าวถึงผลงานโดยรวมของทีมในแง่บวก หลัง อาร์เซน่อล สามารถควบคุมการแข่งขันและเล่นเกมรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะหมุนเวียนผู้เล่นจำนวนมาก
ชัยชนะยังทำให้ อาร์เซน่อล รักษาการออกสตาร์ตฤดูกาลอันยอดเยี่ยม โดยพวกเขาชนะ 7 นัดรวดรวมทุกรายการ นับตั้งแต่เปิดฤดูกาล 2026/27
อาร์เซน่อล เริ่มต้นเส้นทางคาราบาว คัพ ฤดูกาลนี้ด้วยชัยชนะอย่างน่าประทับใจ หลังฤดูกาลก่อนพวกเขาเดินทางไปถึงรอบชิงชนะเลิศ
ชัยชนะที่ พอร์ตแมน โร้ด จึงไม่เพียงพาทีมผ่านเข้าสู่ รอบ 4 แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความลึกของขุมกำลัง โดยเฉพาะกลุ่มดาวรุ่งจากอะคาเดมีที่พร้อมก้าวขึ้นมาช่วยทีมชุดใหญ่
อิปสวิช ทาวน์ 2-4 อาร์เซน่อล
ผู้ทำประตู:
แม็กซ์ ดาวแมน 7' (อาร์เซน่อล),
โนนี่ มาดูเอเก้ 16' (อาร์เซน่อล),
แม็กซ์ ดาวแมน 47' (อาร์เซน่อล),
มิเกล เมริโน่ 58' (อาร์เซน่อล),
อานิส เมห์เมติ 62' (อิปสวิช),
ชูบา อัคปอม 90+1' (อิปสวิช),
รายการ: EFL Carabao Cup 2026/27 รอบ 3,
วันที่แข่งขัน: 15 กันยายน 2026 ตามเวลาท้องถิ่น / เช้ามืดวันที่ 16 กันยายน ตามเวลาไทย,
สนาม: Portman Road, Ipswich,
ผู้ชม: 28,966 คน,
สกอร์ครึ่งแรก: อิปสวิช 0-2 อาร์เซน่อล,
ผลการแข่งขัน: Ipswich Town 2-4 Arsenal,
ครองบอล: อิปสวิช 42% - 58% อาร์เซน่อล,
ยิงทั้งหมด: อิปสวิช 8-12 อาร์เซน่อล,
ยิงตรงกรอบ: อิปสวิช 3-6 อาร์เซน่อล,
ดาวเด่น: แม็กซ์ ดาวแมน 2 ประตู,
สถานการณ์: อาร์เซน่อล ผ่านเข้าสู่รอบ 4 ส่วน อิปสวิช ทาวน์ ตกรอบ