ศึก AFC Champions League Elite™ 2026/27 รอบลีกเฟส โซนตะวันตก นัดแรก เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2026 ที่สนาม ฮัซซา บิน ซายิด สเตเดียม ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กลายเป็นค่ำคืนที่แฟนบอล อัล ไอน์ ไม่มีวันลืม เมื่อเจ้าถิ่นระเบิดฟอร์มสุดยอด ถล่มทีมดังจากซาอุดีอาระเบียอย่าง อัล นาสเซอร์ 4-0
แม้ทีมเยือนจะขนดาวดังลงสนามนำโดย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แต่กลับไม่สามารถเจาะแนวรับเจ้าถิ่นได้ ขณะที่ อัล ไอน์ เล่นได้อย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะสองพี่น้องตระกูล ราฮิมี ที่ช่วยกันยิงถึงสามประตู ก่อน จอร์จอส จาคูมาคิส จะซัดปิดท้ายเป็น 4-0
อัล ไอน์ แสดงให้เห็นตั้งแต่เริ่มเกมว่าพวกเขาไม่ได้เกรงกลัวชื่อชั้นของ อัล นาสเซอร์
เพียงนาทีที่ 2 เจ้าถิ่นเกือบขึ้นนำ เมื่อ ฮุสซีน ราฮิมี หลุดเข้าไปในพื้นที่อันตรายจากบอลทะลุแนวรับ ก่อนยิงไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย
จากนั้นนาที 13 วาเลนติโน่ ลาซาโร่ ได้โอกาสยิงเต็มแรง แต่บอลแฉลบแนวรับ อัล นาสเซอร์ ออกไป
ทีมเยือนมีโอกาสตอบโต้ในนาที 17 จากลูกโหม่งของ อินญิโก้ มาร์ติเนซ แต่ คาลิด เออิซ่า นายทวารกัปตันทีม อัล ไอน์ ป้องกันเอาไว้ได้
ประตูแรกเกิดขึ้นในนาที 25 จากความผิดพลาดของแนวรับ อัล นาสเซอร์
ซาอัด อัล นาสเซอร์ จ่ายบอลคืนหลังพลาดแบบเต็ม ๆ และถูก ฮุสซีน ราฮิมี อ่านทางตัดบอลได้
ดาวยิงวัย 24 ปีไม่ปล่อยโอกาสทองหลุดมือ ก่อนพาบอลเข้าไปและยิงลอดขา นาวาฟ อัล อากีดี ส่งบอลเสียบมุม
อัล ไอน์ 1-0 อัล นาสเซอร์
เจ้าถิ่นขึ้นนำอย่างสมควร หลังสร้างโอกาสอันตรายได้มากกว่าในช่วงต้นการแข่งขัน
หลังเสียประตู อัล นาสเซอร์ พยายามเร่งเครื่องเพื่อทวงประตูคืน
โมฮาเหม็ด ซิมาก็อง มีโอกาสขึ้นโหม่งจากลูกเตะมุมในนาที 38 แต่บอลข้ามคาน ขณะที่ โรนัลโด้ พยายามหาพื้นที่ในแดนหน้าแต่ถูกแนวรับเจ้าถิ่นควบคุมพื้นที่อย่างใกล้ชิด
ก่อนพักครึ่งยังมีเหตุการณ์สำคัญ เมื่อ ซาอัด อัล นาสเซอร์ ถูกผู้ตัดสินแจกใบแดงจากจังหวะศอกใส่ ลาซาโร่ แต่หลังเช็ก VAR ผู้ตัดสินเปลี่ยนคำตัดสินเป็นเพียง ใบเหลือง
จบ 45 นาทีแรก อัล ไอน์ จึงนำอยู่ 1-0
ครึ่งหลัง อัล นาสเซอร์ พยายามยกระดับเกมรุก แต่กลับกลายเป็น อัล ไอน์ ที่ได้ประตูเพิ่ม
นาที 63 เจ้าถิ่นต่อบอลขึ้นมาทางฝั่งขวา ก่อน อเลฮานโดร โรเมโร่ หรือ กากู จะเปิดบอลเรียดผ่านหน้าประตู
ฮุสซีน ราฮิมี เคลื่อนตัวเข้าหาบอลและยิงจังหวะแรกผ่าน อัล อากีดี เข้าไปอย่างเฉียบขาด
อัล ไอน์ 2-0 อัล นาสเซอร์
กลายเป็นประตูที่สองของ ฮุสซีน ในเกมนี้ และทำให้สถานการณ์ของทีม โรนัลโด้ เริ่มเข้าสู่ภาวะวิกฤต
จาก ฮุสซีน ถึง ซูฟิยาน ราฮิมี
นาที 72 กากู จ่ายบอลสร้างโอกาสให้อีกครั้ง คราวนี้ ซูฟิยาน สอดขึ้นมาจากด้านซ้ายด้านหลัง ซิมาก็อง ก่อนยิงเรียดผ่านผู้รักษาประตูเสียบมุมล่าง
อัล ไอน์ 3-0 อัล นาสเซอร์
สองพี่น้อง ราฮิมี จึงช่วยกันยิงครบสามประตู โดย ฮุสซีน เหมาสอง ส่วน ซูฟิยาน บวกอีกหนึ่งลูก
ชื่อของ ซูฟิยาน ราฮิมี ไม่ใช่ชื่อใหม่สำหรับแฟนบอล อัล นาสเซอร์
ย้อนกลับไปใน AFC Champions League ปี 2024 ซูฟิยาน เคยยิงประตูชัยให้ อัล ไอน์ ชนะ อัล นาสเซอร์ 1-0 ในรอบก่อนรองชนะเลิศนัดแรก ก่อนยิงอีกสองประตูในเกมนัดสองที่ริยาด และสุดท้าย อัล ไอน์ ผ่านเข้ารอบด้วยการดวลจุดโทษ
มากกว่าสองปีต่อมา ไม่เพียง ซูฟิยาน จะกลับมายิงใส่ทีมของ โรนัลโด้ อีกครั้ง แต่ ฮุสซีน ราฮิมี น้องชายของเขา ยังเหมาคนเดียวสองประตูอีกด้วย
เมื่อสกอร์ไหลเป็น 3-0 โรนัลโด้ พยายามสร้างบางสิ่งบางอย่างให้กับ อัล นาสเซอร์
หนึ่งในจังหวะที่เรียกเสียงฮือฮาคือการพยายาม จักรยานอากาศ ของซูเปอร์สตาร์ชาวโปรตุเกส แต่ลูกยิงไม่เข้าเป้าหมาย
ช่วงท้ายเกม โรนัลโด้ ยังได้โอกาสจากฟรีคิกและยิงเต็มแรง แต่ คาลิด เออิซ่า โชว์ซูเปอร์เซฟป้องกันเอาไว้ได้ ทำให้กัปตัน อัล นาสเซอร์ ต้องจบค่ำคืนนี้โดยไม่มีประตู
ฝันร้ายของ อัล นาสเซอร์ ยังไม่จบ
นาที 85 จอร์จอส จาคูมาคิส ทำชิ่งกับ ซูฟิยาน ราฮิมี ก่อนรับบอลกลับมาในพื้นที่อันตราย
กองหน้าชาวกรีซจัดการยิงเรียดผ่าน อัล อากีดี เสียบมุมเข้าไปอย่างเด็ดขาด
อัล ไอน์ 4-0 อัล นาสเซอร์
ประตูนี้กลายเป็นการปิดฉากค่ำคืนสุดสมบูรณ์แบบของเจ้าถิ่น และยืนยันชัยชนะครั้งใหญ่เหนือหนึ่งในทีมที่เต็มไปด้วยซูเปอร์สตาร์มากที่สุดของเอเชีย
สิ่งที่ทำให้ผลการแข่งขันน่าประหลาดใจยิ่งขึ้นคือ อัล นาสเซอร์ มีนักเตะเกมรุกชื่อดังหลายรายอยู่ในทีม ไม่ว่าจะเป็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้, ซาดิโอ มาเน่ และ ชูเอา เฟลิกซ์
แต่ อัล ไอน์ สามารถรับมือกับเกมรุกของทีมเยือนได้อย่างยอดเยี่ยม
โดยเฉพาะ คาลิด เออิซ่า ที่เซฟโอกาสสำคัญของ โรนัลโด้ ในช่วงท้าย ทำให้เจ้าถิ่นไม่เพียงคว้าสามคะแนน แต่ยังสามารถเก็บ คลีนชีต ได้อีกด้วย
อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจคือประสิทธิภาพการจบสกอร์
ข้อมูลหลังการแข่งขันระบุว่า อัล นาสเซอร์ มีโอกาสยิงทั้งหมด 15 ครั้ง ขณะที่ อัล ไอน์ ยิง 14 ครั้ง และทีมเยือนยังได้เตะมุมถึง 10 ครั้ง เทียบกับเจ้าถิ่นเพียง 2 ครั้ง
แต่สิ่งที่สร้างความแตกต่างคือความเฉียบคม เพราะ อัล ไอน์ เปลี่ยนโอกาสสำคัญให้กลายเป็นสี่ประตู ขณะที่ อัล นาสเซอร์ ไม่สามารถยิงผ่าน คาลิด เออิซ่า ได้เลย
ชัยชนะ 4-0 ทำให้ อัล ไอน์ เปิดเส้นทางใน AFC Champions League Elite 2026/27 ได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมส่งสัญญาณว่าทีมอดีตแชมป์เอเชียยังคงเป็นคู่แข่งที่ประมาทไม่ได้
ตรงกันข้ามกับ อัล นาสเซอร์ ที่กลับเข้าสู่เวทีระดับสูงสุดของเอเชียพร้อมความคาดหวังสูง แต่กลับต้องเริ่มต้นด้วยความพ่ายแพ้แบบหมดรูป
สำหรับ โรนัลโด้ การไล่ล่าความสำเร็จระดับทวีปกับ อัล นาสเซอร์ จึงเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ด้วยงานหนักตั้งแต่นัดแรก
อัล ไอน์ 🇦🇪 4-0 อัล นาสเซอร์ 🇸🇦
ผู้ทำประตู:
ฮุสซีน ราฮิมี 25',
ฮุสซีน ราฮิมี 63',
ซูฟิยาน ราฮิมี 72',
จอร์จอส จาคูมาคิส 85',
รายการ: AFC Champions League Elite™ 2026/27 รอบลีกเฟส โซนตะวันตก นัดที่ 1,
วันที่แข่งขัน: 15 กันยายน 2026,
สนาม: Hazza Bin Zayed Stadium, Al Ain, UAE,
สกอร์ครึ่งแรก: อัล ไอน์ 1-0 อัล นาสเซอร์,
ผลการแข่งขัน: Al Ain 4-0 Al Nassr,
ดาวเด่น: ฮุสซีน ราฮิมี 2 ประตู,
คลีนชีต: คาลิด เออิซ่า,
คริสเตียโน่ โรนัลโด้: ลงตัวจริง แต่ไม่มีประตู,
สถานการณ์: อัล ไอน์ ประเดิมลีกเฟสด้วย 3 คะแนน ขณะที่ อัล นาสเซอร์ เปิดรายการด้วยความพ่ายแพ้ 0-4