ศึก ลาลีกา สเปน ฤดูกาล 2026/27 สัปดาห์ที่ 5 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2026 ที่สนาม อาโนเอต้า เมืองซาน เซบาสเตียน เรอัล โซเซียดาด เปิดบ้านรับการมาเยือนของ แอตเลติโก มาดริด
เกมนี้สกอร์ 0-0 ยืดเยื้อมากกว่า 80 นาที และรูปเกมสูสีมากกว่าผลการแข่งขันที่ปรากฏบนสกอร์บอร์ด แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปในช่วงท้าย เมื่อ แอตเลติโก ได้จุดโทษและ อเลฆานโดร กรีมัลโด้ สังหารเข้าไปในนาที 84
หลังจากนั้นเกมเปิดทันที ก่อน โจนาธาน เดวิด จะยิงลูกสองในนาที 90 และ จูเลียโน่ ซิเมโอเน่ ปิดบัญชีช่วงทดเวลา ช่วยให้ “ตราหมี” บุกคว้าชัยขาดลอย 3-0 พร้อมกลับสู่เส้นทางแห่งชัยชนะในลาลีกา
แอตเลติโก เป็นฝ่ายสร้างโอกาสอันตรายก่อนตั้งแต่ต้นเกม เมื่อ อี คัง-อิน ได้บอลและใช้ความสามารถเฉพาะตัวสร้างพื้นที่บริเวณหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนลองยิงด้วยเท้าซ้าย
บอลพุ่งเฉียดเสาออกไปเล็กน้อย กลายเป็นสัญญาณเตือนแรกจากทีมเยือนตั้งแต่นาที 5
จากนั้น มอร์เทน ฮjulmand มีโอกาสขึ้นโหม่งจากจังหวะลูกตั้งเตะ แต่บอลก็ยังไม่ตรงกรอบ ทำให้ แอตเลติโก ไม่สามารถเปลี่ยนช่วงเริ่มต้นที่ดีให้กลายเป็นประตูได้
เมื่อเกมดำเนินไป เรอัล โซเซียดาด เริ่มตั้งเกมของตัวเองได้ดีขึ้น และค่อย ๆ ผลัก แอตเลติโก ให้ถอยลงไปรับ
ลูก้า ซูซิช สร้างโอกาสจากจังหวะเตะมุม ขณะที่ กอนซาโล่ เกเดส พยายามสร้างความอันตรายจากริมเส้น
หนึ่งในโอกาสสำคัญของเจ้าถิ่นมาจากฟรีคิกของ เซร์คิโอ โกเมซ แต่ ยาน โอบลัค ยังป้องกันเอาไว้ได้ ทำให้จบครึ่งแรกทั้งสองทีมเสมอกัน 0-0
กลับมาเล่นครึ่งหลัง รูปเกมยังคงสูสี และ แอตเลติโก เริ่มพยายามหาโอกาสจากนอกกรอบมากขึ้น
จอห์นนี่ คาร์โดโซ่ ซึ่งถูกส่งลงสนามในนาที 59 มีโอกาสลองยิงจากบริเวณหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลเฉียดเสาออกไป
การเปลี่ยนตัวของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ เริ่มมีผลต่อเกมมากขึ้น โดยเฉพาะการส่ง คาร์โดโซ่, โกเก้ และ โจนาธาน เดวิด ลงมาช่วยเพิ่มพลังในแดนกลางและแนวรุก
ก่อนจะมีชื่อบนสกอร์บอร์ดในช่วงท้าย โจนาธาน เดวิด เกือบยิงประตูแรกของตัวเองให้ แอตเลติโก ได้ก่อนแล้ว
ดาวยิงทีมชาติแคนาดาได้บอลในพื้นที่อันตราย ก่อนแต่งบอลหาช่องและพยายามยิงไปเสาไกล
แต่ อเล็กซ์ เรมิโร่ อ่านจังหวะได้ดีและปัดบอลออกไป ทำให้เจ้าถิ่นยังรักษาสกอร์ 0-0 เอาไว้ได้
จุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดของการแข่งขันเกิดขึ้นในช่วงท้ายเกม เมื่อบอลไปโดนมือ จ็อบ โอเชียง ภายในกรอบเขตโทษ
ผู้ตัดสิน ฆวน มาร์ติเนซ มูนูเอร่า ชี้เป็นจุดโทษ แม้ฝั่ง โซเซียดาด จะประท้วงว่าบอลสัมผัสต้นขาก่อนกระดอนไปโดนแขน แต่หลังการตรวจสอบ VAR คำตัดสินยังคงเดิม
อเลฆานโดร กรีมัลโด้ รับหน้าที่สังหาร และยิงผ่าน เรมิโร่ เข้าไปอย่างเด็ดขาดในนาที 84
เรอัล โซเซียดาด 0-1 แอตเลติโก มาดริด
ที่สำคัญ นี่คือ ประตูแรกของ กรีมัลโด้ ในสีเสื้อ แอตเลติโก มาดริด อีกด้วย
จังหวะดังกล่าวกลายเป็นหนึ่งในประเด็นใหญ่หลังการแข่งขัน เพราะฝั่ง เรอัล โซเซียดาด ไม่เห็นด้วยกับคำตัดสิน
กุนซือ เปเยกริโน่ มาตารัซโซ่ มองว่าบอลกระดอนจากต้นขาของ โอเชียง ก่อนโดนแขน และท่าทางของแขนไม่ได้อยู่ในลักษณะที่ควรถูกลงโทษเป็นจุดโทษ
เขายังมองว่า โซเซียดาด เล่นได้อย่างแข็งแกร่งตลอดประมาณ 70-75 นาทีแรก และสกอร์ 0-3 ไม่ได้สะท้อนความสูสีของการแข่งขันก่อนจังหวะจุดโทษ
หลังเสียประตูแรก เรอัล โซเซียดาด จำเป็นต้องดันผู้เล่นขึ้นสูงเพื่อหวังตีเสมอ ส่งผลให้พื้นที่ในแนวรับเปิดมากขึ้น
แอตเลติโก ใช้สถานการณ์นี้เล่นเกมสวนกลับ ก่อนบอลมาถึง โจนาธาน เดวิด
กองหน้าทีมชาติแคนาดาแต่งบอลหนีตัวประกบอย่างยอดเยี่ยม ก่อนยิงด้วยเท้าซ้ายผ่าน เรมิโร่ เข้าไป
เรอัล โซเซียดาด 0-2 แอตเลติโก มาดริด
ประตูในนาที 90 ยังถือเป็น ประตูแรกของ โจนาธาน เดวิด ให้กับ แอตเลติโก มาดริด เช่นเดียวกับ กรีมัลโด้
แต่ “ตราหมี” ยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น
เข้าสู่ช่วงทดเวลานาที 90+5 ทีมเยือนได้จังหวะสวนกลับเร็วอีกครั้ง โดย จูเลียโน่ ซิเมโอเน่ ใช้ความเร็วพาบอลทะยานขึ้นไปจนถึงเขตโทษ
ลูกชายของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ หลุดเข้าไปดวลกับ เรมิโร่ ก่อนยิงผ่านผู้รักษาประตู แม้ เรมิโร่ จะสัมผัสบอลได้ แต่ไม่สามารถหยุดลูกยิงเอาไว้ได้
เรอัล โซเซียดาด 0-3 แอตเลติโก มาดริด
กลายเป็นบทสรุปที่โหดร้ายสำหรับเจ้าถิ่น เพราะก่อนถึงนาที 84 สกอร์ยังคงอยู่ที่ 0-0 แต่สุดท้ายกลับเสียถึงสามประตูในช่วงเวลาเพียงประมาณ 11 นาที
หนึ่งในนักเตะที่โดดเด่นที่สุดของเกมคือ อเลฆานโดร กรีมัลโด้
นอกจากรับหน้าที่ยิงจุดโทษปลดล็อกประตูแรกแล้ว เขายังมีส่วนสำคัญกับประตูที่สองของ โจนาธาน เดวิด ทำให้จบเกมด้วยผลงาน 1 ประตู 1 แอสซิสต์
ผลงานดังกล่าวทำให้เกมนี้กลายเป็นหนึ่งในแมตช์สำคัญของ กรีมัลโด้ นับตั้งแต่ย้ายมาเล่นให้ แอตเลติโก มาดริด
ขณะที่แนวรุกทำสามประตูในช่วงท้าย อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือเกมรับของ แอตเลติโก
ยาน โอบลัค ต้องเซฟลูกยิงตรงกรอบ 3 ครั้ง และช่วยให้ทีมเก็บคลีนชีตกลับออกจาก ซาน เซบาสเตียน ได้สำเร็จ
ตัวเลขหลังเกมระบุว่า โซเซียดาด ครองบอล 53% และได้เตะมุมถึง 9 ครั้ง แต่สร้างค่า xG เพียง 0.25 เทียบกับ แอตเลติโก ที่ทำได้ 1.92 xG
ชัยชนะ 3-0 ทำให้ทีมของ ซิเมโอเน่ กลับมาคว้าสามคะแนนได้สำเร็จ และเพิ่มสถิติในลาลีกาฤดูกาลนี้เป็น ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1
หลังผ่าน 5 นัด แอตเลติโก มี 10 คะแนน ผลต่างประตูได้เสีย +4 และขึ้นมาอยู่อันดับ 4 ของตาราง ตามหลังจ่าฝูง บาร์เซโลนา ที่มี 15 คะแนนอยู่ 5 แต้ม
ส่วน เรอัล โซเซียดาด มี 7 คะแนน และความพ่ายแพ้ครั้งนี้ยิ่งน่าเสียดาย เพราะพวกเขาสามารถต่อสู้กับทีมเยือนได้อย่างสูสีเป็นเวลามากกว่า 80 นาที ก่อนเกมจะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วในช่วงท้าย
เรอัล โซเซียดาด 0-3 แอตเลติโก มาดริด
ผู้ทำประตู: อเลฆานโดร กรีมัลโด้ 84' (จุดโทษ), โจนาธาน เดวิด 90', จูเลียโน่ ซิเมโอเน่ 90+5',
จังหวะสำคัญ: โซเซียดาดเสียจุดโทษจากแฮนด์บอลของ จ็อบ โอเชียง, กรีมัลโด้ยิงประตูแรกให้ แอตเลติโก, โจนาธาน เดวิดยิงประตูแรกให้สโมสร, จูเลียโน่ ซิเมโอเน่ยิงปิดเกมจากจังหวะสวนกลับ,
รายการ: LaLiga 2026/27 สัปดาห์ที่ 5,
วันที่แข่งขัน: 13 กันยายน 2026,
สนาม: Anoeta, San Sebastián,
สกอร์ครึ่งแรก: เรอัล โซเซียดาด 0-0 แอตเลติโก มาดริด,
ผลการแข่งขัน: Real Sociedad 0-3 Atlético Madrid,
สถิติสำคัญ: โซเซียดาดครองบอล 53%-47%, ยิงตรงกรอบ 3-5, xG 0.25-1.92, เตะมุม 9-3,
สถานการณ์หลังเกม: แอตเลติโก มาดริด มี 10 คะแนนจาก 5 นัด ขณะที่ เรอัล โซเซียดาด มี 7 คะแนน