ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2026/27 สัปดาห์ที่ 4 เมื่อวันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2026 ที่สนาม สเตเดียม ออฟ ไลท์ ซันเดอร์แลนด์ เปิดบ้านรับการมาเยือนของแชมป์เก่า อาร์เซน่อล
เกมนี้ “แมวดำ” สร้างปัญหาให้ อาร์เซน่อล ได้มากกว่าที่สกอร์บอก โดยเฉพาะช่วงต้นครึ่งหลังที่เจ้าถิ่นได้จุดโทษและมีโอกาสขึ้นนำ แต่ ดาบิด ราย่า โชว์ซูเปอร์เซฟป้องกันลูกยิงของ เอ็นโซ เลอ เฟ เอาไว้ได้
เพียงสองนาทีต่อมา อาร์เซน่อล ลงโทษเจ้าถิ่นทันที เมื่อ บรูโน่ กิมาไรส์ ตัวสำรองซัดประตูสุดสวยให้ทีมขึ้นนำ 1-0 ก่อน บูกาโย่ ซาก้า จะเรียกจุดโทษและรับหน้าที่สังหารเองในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ปิดเกมให้ “ปืนใหญ่” บุกชนะ 2-0 และรักษาสถิติชนะรวดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ต่อไป
อาร์เซน่อล เป็นฝ่ายครองบอลมากกว่าในช่วงต้นเกม แต่ ซันเดอร์แลนด์ วางระบบเกมรับได้อย่างยอดเยี่ยม นักเตะเจ้าถิ่นช่วยกันบีบพื้นที่และไม่เปิดโอกาสให้แนวรุกของทีมเยือนเล่นบอลได้ง่าย
ซันเดอร์แลนด์ยังพยายามใช้ลูกตั้งเตะสร้างความอันตราย โดย กรานิต ชาก้า อดีตกัปตันทีม อาร์เซน่อล เป็นคนเปิดฟรีคิกเข้าไปหา แดน บัลลาร์ด แต่แนวรับเจ้าถิ่นยังไม่สามารถเปลี่ยนโอกาสให้เป็นประตูได้
ทางฝั่ง อาร์เซน่อล มีโอกาสจาก กาเบรียล มากัลเญส ที่ลองยิงไกล รวมถึง ไค ฮาแวร์ตซ์ ที่พลิกตัวยิงบังคับให้ โรบิน โรฟส์ ต้องออกแรงเซฟ แต่ยังไม่มีฝ่ายใดสามารถทำประตูได้
หนึ่งในนักเตะที่โดดเด่นของ ซันเดอร์แลนด์ คือ เอ็นโซ เลอ เฟ ซึ่งมีบทบาทอย่างมากในเกมรุก
กองกลางชาวฝรั่งเศสมีโอกาสยิงจากบริเวณประมาณ 20 หลา บอลพุ่งเฉียดเสาออกไปเพียงเล็กน้อย ขณะที่ นอร์ดี มูคิเอเล่ เติมเกมจากตำแหน่งแบ็กขวาและสร้างปัญหาให้แนวรับ อาร์เซน่อล หลายครั้ง
หลังผ่าน 45 นาทีแรก ทั้งสองทีมยังทำอะไรกันไม่ได้ จบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 0-0
หลังเกมครึ่งแรกไม่เป็นไปตามที่ต้องการ มิเกล อาร์เตต้า ตัดสินใจเปลี่ยนผู้เล่นสองคนทันทีในช่วงพักครึ่ง
บรูโน่ กิมาไรส์ ถูกส่งลงมาแทน ไมล์ส ลูอิส-สเคลลี่ ส่วน เยอร์เรียน ทิมเบอร์ ลงมาแทน เบน ไวท์ ที่มีปัญหาสภาพร่างกาย
การเปลี่ยนตัวครั้งนี้กลายเป็นหนึ่งในจุดสำคัญของเกม เพราะ กิมาไรส์ จะกลายเป็นคนยิงประตูปลดล็อกให้ทีมในเวลาต่อมา
จุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดของการแข่งขันเกิดขึ้นในนาที 56
จากสถานการณ์ทุ่มบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ เอซรี คอนซ่า เข้าไปปะทะและดึง แดน บัลลาร์ด ล้มลง ผู้ตัดสิน จอห์น บรู๊คส์ ชี้ไปที่จุดโทษทันที
ซันเดอร์แลนด์ มีโอกาสทองในการขึ้นนำทีมแชมป์เก่า และ เอ็นโซ เลอ เฟ รับหน้าที่สังหาร
เลอ เฟ พยายามยิงจุดโทษเข้ามุม แต่ ดาบิด ราย่า อ่านทางได้อย่างยอดเยี่ยม พุ่งไปปัดบอลก่อนลูกจะกระเด้งไปชนเสา
ซันเดอร์แลนด์พลาดโอกาสขึ้นนำ 1-0
ถือเป็นจังหวะที่เปลี่ยนการแข่งขันอย่างแท้จริง เพราะแทนที่เจ้าถิ่นจะเป็นฝ่ายได้ประตูและโมเมนตัมทั้งหมด อีกเพียงสองนาทีหลังจากนั้น อาร์เซน่อล กลับเป็นทีมที่ทำประตูได้
หลังรอดพ้นจากการเสียประตู อาร์เซน่อล เปลี่ยนสถานการณ์เป็นเกมรุกอย่างรวดเร็ว
เดแคลน ไรซ์ จ่ายบอลให้ บรูโน่ กิมาไรส์ บริเวณหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนกองกลางทีมชาติบราซิลจะปั่นบอลอย่างยอดเยี่ยม บอลพุ่งไปกระแทกใต้คานก่อนเข้าประตู
ซันเดอร์แลนด์ 0-1 อาร์เซน่อล
นอกจากจะเป็นประตูสำคัญของเกมแล้ว นี่ยังเป็น ประตูแรกของ กิมาไรส์ ในสีเสื้อ อาร์เซน่อล อีกด้วย และด้วยประวัติของเขาในฐานะอดีตกัปตัน นิวคาสเซิ่ล ประตูที่เกิดขึ้นในสนามของ ซันเดอร์แลนด์ จึงยิ่งมีความหมายเป็นพิเศษ
แม้ตกเป็นฝ่ายตามหลัง แต่ ซันเดอร์แลนด์ ไม่ได้เสียรูปเกม และยังคงเดินหน้ากดดันทีมเยือนอย่างต่อเนื่อง
กุนซือ เรฌิส เลอ บริส ปรับระบบเป็น 4-4-2 พร้อมส่ง มาลิค โฟฟาน่า ลงมาเพิ่มความเร็วในแนวรุก ทำให้เกมรับของ อาร์เซน่อล ต้องทำงานหนัก
มูคิเอเล่ มีโอกาสวอลเลย์จากลูกเตะมุมของ เลอ เฟ แต่บอลข้ามคาน ขณะที่ลูกตั้งเตะของ ชาก้า ก็สร้างความอันตรายหลายครั้ง
อาร์เซน่อล ต้องพึ่งทั้งเกมรับที่แข็งแกร่งและผลงานของ ราย่า เพื่อรักษาความได้เปรียบเอาไว้
อาร์เซน่อล เกือบได้ประตูที่สอง เมื่อ เยอร์เรียน ทิมเบอร์ ส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายจากลูกโหม่ง
อย่างไรก็ตาม ประตูดังกล่าวถูกยกเลิกเนื่องจากเป็นจังหวะล้ำหน้า ทำให้สกอร์ยังอยู่ที่ 0-1 และ ซันเดอร์แลนด์ ยังคงมีความหวังในการตีเสมอ
ขณะเดียวกัน โรบิน โรฟส์ ยังมีจังหวะเซฟลูกยิงของ ซาก้า ขณะที่ บัลลาร์ด ช่วยสกัดบอลสำคัญจากบริเวณหน้าประตู ทำให้เกมยังคงเปิดกว้างจนถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บ
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ บูกาโย่ ซาก้า พาบอลเข้าไปในพื้นที่อันตราย ก่อนถูก เรอินิลโด้ มันดาว่า ทำฟาวล์
ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษของ อาร์เซน่อล พร้อมแจกใบเหลืองที่สองให้ เรอินิลโด้ ส่งผลให้เจ้าตัวถูกไล่ออกจากสนาม
ซันเดอร์แลนด์ จึงเหลือผู้เล่น 10 คนในช่วงท้ายการแข่งขัน
ซาก้าเป็นคนรับหน้าที่สังหารจุดโทษด้วยตัวเอง และยิงผ่าน โรฟส์ เข้าไปอย่างเด็ดขาด
ซันเดอร์แลนด์ 0-2 อาร์เซน่อล
ประตูดังกล่าวดับความหวังของเจ้าถิ่น และเป็นการยืนยันสามคะแนนเต็มของแชมป์เก่า หลังต้องเจอกับหนึ่งในเกมที่ยากที่สุดของพวกเขานับตั้งแต่เปิดฤดูกาล
แม้ กิมาไรส์ และ ซาก้า จะเป็นผู้ทำประตู แต่ผู้เล่นที่มีอิทธิพลต่อผลการแข่งขันมากที่สุดคนหนึ่งคือ ดาบิด ราย่า
จังหวะเซฟจุดโทษของ เลอ เฟ ในนาที 56 เกิดขึ้นในช่วงที่สกอร์ยัง 0-0 และ ซันเดอร์แลนด์ กำลังมีโมเมนตัมเหนือกว่า หากจังหวะดังกล่าวกลายเป็นประตู รูปเกมอาจเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ข้อมูลจาก Sofascore ให้ ราย่า เป็นผู้เล่นคะแนนสูงสุดของเกมที่ 8.8 โดยนอกจากเซฟจุดโทษแล้ว เขายังรับมือกับจังหวะอันตรายภายในกรอบเขตโทษได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดเกม
ชัยชนะที่ สเตเดียม ออฟ ไลท์ ทำให้ อาร์เซน่อล รักษาสถิติสมบูรณ์แบบในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2026/27 ต่อไป
หลังผ่าน 4 นัด ทีมของ มิเกล อาร์เตต้า ชนะทั้ง 4 เกม เก็บ 12 คะแนนเต็ม และขึ้นนำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก
หากนับรวมการแข่งขันทุกรายการ อาร์เซน่อล ชนะรวด 6 นัดแรกของฤดูกาล รวมถึงชัยชนะในศึกคอมมิวนิตี้ ชิลด์ แสดงให้เห็นว่าทีมแชมป์เก่ายังคงรักษามาตรฐานระดับสูงเอาไว้ได้
แม้สุดท้ายจะไม่มีคะแนน แต่ ซันเดอร์แลนด์ สามารถสร้างปัญหาให้ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ตลอด 90 นาที
เจ้าถิ่นยิงทั้งหมด 12 ครั้ง เทียบกับ อาร์เซน่อล 11 ครั้ง และสร้างโอกาสสำคัญได้หลายครั้ง โดยเฉพาะจุดโทษของ เลอ เฟ ที่อาจเปลี่ยนผลการแข่งขันได้
ซันเดอร์แลนด์ยังได้เตะมุมมากกว่า 4-2 และมีค่า xG ประมาณ 1.64 เทียบกับ อาร์เซน่อล 1.97 สะท้อนให้เห็นว่าเกมนี้สูสีมากกว่าสกอร์ 0-2 ที่ปรากฏบนสกอร์บอร์ด
ซันเดอร์แลนด์ 0-2 อาร์เซน่อล
ผู้ทำประตู: บรูโน่ กิมาไรส์ 58', บูกาโย่ ซาก้า 90+7' (จุดโทษ),
จังหวะสำคัญ: เอ็นโซ เลอ เฟ พลาดจุดโทษ 56', ดาบิด ราย่า เซฟจุดโทษ, เยอร์เรียน ทิมเบอร์ ส่งบอลเข้าประตูแต่ถูกจับล้ำหน้า, เรอินิลโด้ มันดาว่า ถูกไล่ออก 90+6',
รายการ: Premier League 2026/27 สัปดาห์ที่ 4,
วันที่แข่งขัน: 12 กันยายน 2026,
สนาม: Stadium of Light, Sunderland,
สกอร์ครึ่งแรก: ซันเดอร์แลนด์ 0-0 อาร์เซน่อล,
ผลการแข่งขัน: Sunderland 0-2 Arsenal,
สถานการณ์หลังเกม: อาร์เซน่อล ชนะ 4 นัดรวด เก็บ 12 คะแนนเต็ม และขึ้นนำจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก