ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2026/27 สัปดาห์ที่ 4 เมื่อวันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2026 ที่สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ เชลซี เปิดบ้านรับการมาเยือนของทีมน้องใหม่ฟอร์มแรง ฮัลล์ ซิตี้
เกมนี้เจ้าถิ่นออกสตาร์ตได้อย่างยอดเยี่ยม เมื่อ มอร์แกน โรเจอร์ส ยิงขึ้นนำตั้งแต่นาที 7 แต่ ฮัลล์ ไม่เสียขบวน และได้ โมฮาเหม็ด เบลลูมี่ ยิงสองประตูภายในเวลาเพียง 6 นาที พลิกสถานการณ์ให้ “เดอะ ไทเกอร์ส” นำ 2-1 ก่อนจบครึ่งแรก
อย่างไรก็ตาม เชลซี กลับมาครองเกมและกดดันอย่างหนักในครึ่งหลัง ก่อน ชูเอา เปโดร จะยิงตีเสมอ 2-2 ในนาที 66 จากการจ่ายของ โคล พาลเมอร์ แต่ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม ทำให้ทั้งสองทีมแบ่งกันไปทีมละหนึ่งคะแนน
เสียงเชียร์ใน สแตมฟอร์ด บริดจ์ ดังขึ้นตั้งแต่เกมผ่านไปเพียง 7 นาที
เชลซี เปลี่ยนจังหวะเป็นเกมรุกอย่างรวดเร็ว โดย ชูเอา เปโดร เป็นคนจ่ายบอลให้ มอร์แกน โรเจอร์ส หลุดเข้าไปทางด้านซ้าย ก่อนแนวรุกทีมชาติอังกฤษจะซัดด้วยเท้าซ้ายอย่างรุนแรง บอลพุ่งเสียบมุมบนที่เสาแรก
เชลซี 1-0 ฮัลล์ ซิตี้
เป็นการเริ่มต้นเกมที่สมบูรณ์แบบสำหรับเจ้าถิ่น และเป็นอีกครั้งที่แนวรุกชุด โรเจอร์ส-พาลเมอร์-ชูเอา เปโดร แสดงให้เห็นถึงความอันตรายในการเปลี่ยนจากรับเป็นรุก
แม้ตกเป็นฝ่ายตามหลังอย่างรวดเร็ว แต่ ฮัลล์ ไม่ได้ถอยลงไปตั้งรับทั้งหมด
ทีมของ เซอร์เกย์ ยาคิโรวิช ยังคงรักษาระเบียบเกมรับ พร้อมพยายามใช้การโจมตีริมเส้นและลูกกลางอากาศเล่นงานแนวรับเจ้าถิ่น
ก่อนเกมนี้ ฮัลล์ กลับขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกด้วยผลงานยอดเยี่ยม โดยเก็บ 7 คะแนนจากสามเกมแรกและยังไม่เสียประตู ทำให้พวกเขาเดินทางมายัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ ด้วยความมั่นใจสูง
ความพยายามของทีมเยือนได้ผลในนาที 28
ไรอัน ไจลส์ มีพื้นที่ทางฝั่งซ้าย ก่อนเปิดบอลลึกเข้าไปบริเวณกรอบเขตโทษ บอลลอยมาถึง โมฮาเหม็ด เบลลูมี่ ที่หาพื้นที่ได้ดีและจัดการจบสกอร์ผ่านมือ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ
เชลซี 1-1 ฮัลล์ ซิตี้
ประตูนี้เปลี่ยนโมเมนตัมของการแข่งขันอย่างชัดเจน เพราะจากที่ เชลซี ดูเหมือนกำลังควบคุมสถานการณ์ได้ ฮัลล์ กลับมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นทันที
เพียง 6 นาที หลังจากประตูตีเสมอ แฟนบอลทีมเยือนก็ได้เฮกันอีกครั้ง
ฮัลล์ สร้างความอันตรายจากสถานการณ์ลูกตั้งเตะ โดย เซมิ อาจายี่ ส่งบอลไปชนเสา ก่อนที่ทีมเยือนจะเก็บบอลจังหวะสองเอาไว้ได้
โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่ มีส่วนสำคัญในการต่อบอลกลับมาให้ เบลลูมี่ ก่อนเจ้าตัวจะจัดการจบสกอร์อีกครั้ง
เชลซี 1-2 ฮัลล์ ซิตี้
จากตามหลังตั้งแต่นาที 7 ฮัลล์ ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นฝ่ายนำ และ เบลลูมี่ กลายเป็นพระเอกของทีมเยือนด้วยการเหมาคนเดียวสองประตู
สกอร์ 1-2 อยู่จนจบ 45 นาทีแรก ทำให้ เชลซี ต้องเดินกลับเข้าห้องแต่งตัวพร้อมโจทย์ใหญ่
แม้เจ้าถิ่นจะเป็นฝ่ายครองบอลมากกว่า แต่ ฮัลล์ แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการเล่นเกมสวนกลับและการฉวยโอกาสจากความผิดพลาดของแนวรับได้อย่างยอดเยี่ยม
ขณะที่ เบลลูมี่ กลายเป็นนักเตะที่สร้างความแตกต่างมากที่สุดในครึ่งแรก หลังทำสองประตูภายในเวลาเพียงหกนาที
เข้าสู่ครึ่งหลัง ชาบี อลอนโซ่ ตัดสินใจปรับทีมทันที โดยส่ง เป๊ป ชาวาร์เรีย ลงสนามแทน ยอร์เรล ฮาโต
การเปลี่ยนตัวดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามเพิ่มพลังในการเล่นด้านข้าง และทำให้ เชลซี สามารถดันเกมขึ้นไปอยู่ในแดนของ ฮัลล์ ได้ต่อเนื่องมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ทีมเยือนยังคงมีจังหวะสวนกลับอันตราย และบังคับให้ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ ต้องออกแรงเซฟเพื่อป้องกันไม่ให้สกอร์ขยับเป็น 1-3
หลังเดินหน้ากดดันอย่างหนัก ในที่สุด เชลซี ก็ตามตีเสมอได้สำเร็จในนาที 66
โคล พาลเมอร์ พาบอลขึ้นมาทางช่องด้านขวา ก่อนจ่ายเข้าไปให้ ชูเอา เปโดร ภายในกรอบเขตโทษ
กองหน้าชาวบราซิลจัดการจบสกอร์อย่างรุนแรงบริเวณเสาแรก ส่งบอลผ่านผู้รักษาประตูเข้าไป
เชลซี 2-2 ฮัลล์ ซิตี้
นอกจากยิงประตูตีเสมอแล้ว ชูเอา เปโดร ยังมีส่วนโดยตรงกับสองประตูของ เชลซี ในเกมนี้ หลังเป็นคนแอสซิสต์ให้ โรเจอร์ส ยิงประตูแรกด้วย
หลังสกอร์กลับมาเท่ากัน เชลซี เป็นฝ่ายครองบอลและพยายามเดินหน้าหาประตูชัย
ชาบี อลอนโซ่ ทยอยเติมผู้เล่นเกมรุกลงสนาม โดยส่งทั้ง แดนนี่ เวลเบ็ค และ เอสเตเวา ลงมาในช่วงท้าย ขณะที่ ฮัลล์ ถอยลงมารักษาพื้นที่และพยายามใช้เกมสวนกลับเมื่อมีโอกาส
แม้เจ้าถิ่นจะสร้างแรงกดดันได้อย่างต่อเนื่อง แต่ คอนสแตนตินอส โซลาคิส นายทวารของ ฮัลล์ โชว์ผลงานสำคัญหลายจังหวะ ประกอบกับแนวรับทีมเยือนช่วยกันป้องกันอย่างมีวินัย ทำให้ เชลซี ไม่สามารถหาประตูที่สามได้
นักเตะที่โดดเด่นที่สุดของเกมหนีไม่พ้น โมฮาเหม็ด เบลลูมี่
ปีกทีมชาติแอลจีเรียทำสองประตูในช่วงครึ่งแรก และเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ ฮัลล์ สามารถกลับจากการตามหลัง 0-1 ขึ้นมานำ 2-1
Sofascore ให้ เบลลูมี่ เป็นผู้เล่นที่มีคะแนนสูงสุดของเกมที่ 8.5 จากผลงานสองประตู ขณะที่แฟนบอลในการโหวตของแพลตฟอร์มดังกล่าวก็เลือกเขาเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมเช่นเดียวกัน
ตัวเลขหลังการแข่งขันสะท้อนรูปเกมได้อย่างน่าสนใจ เพราะ เชลซี ครองบอลถึง 67.7% เทียบกับ ฮัลล์ 32.3%
อย่างไรก็ตาม จำนวนการยิงกลับใกล้เคียงกันมาก โดย เชลซี ยิง 11 ครั้ง เข้ากรอบ 7 ครั้ง ส่วน ฮัลล์ ยิง 12 ครั้ง เข้ากรอบ 5 ครั้ง
ฮัลล์ ยังเคลียร์บอลจากพื้นที่อันตรายถึง 32 ครั้ง แสดงให้เห็นถึงการเล่นเกมรับอย่างหนักในช่วงที่เจ้าถิ่นพยายามกดดันเพื่อหาประตูชัย
ผลเสมอที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ทำให้ ฮัลล์ ซิตี้ ยังคงรักษาสถิติ ไม่แพ้ใครในพรีเมียร์ลีกหลังผ่านสี่เกมแรก โดยเก็บได้ถึง 8 คะแนน
ก่อนหน้านี้ทีมน้องใหม่สามารถสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ โคเวนทรี ซิตี้ รวมถึงเสมอกับ แอสตัน วิลล่า ก่อนจะมาคว้าหนึ่งคะแนนจาก เชลซี ได้อีกเกม
ถือเป็นการออกสตาร์ตพรีเมียร์ลีกที่ยอดเยี่ยมสำหรับทีมของ ยาคิโรวิช โดยหลังจบเกมเขาระบุว่า ฮัลล์ แสดงให้เห็นอีกครั้งว่าเป็นทีมที่คู่แข่งจะเอาชนะได้ไม่ง่าย แม้เป้าหมายหลักของทีมยังคงเป็นการอยู่รอดในพรีเมียร์ลีกก็ตาม
สำหรับ เชลซี ผลเสมอครั้งนี้ถือว่าน่าผิดหวัง เพราะพวกเขาเป็นฝ่ายออกนำก่อนตั้งแต่ต้นเกมและครองบอลมากกว่าอย่างชัดเจน
แต่ความผิดพลาดในเกมรับเปิดโอกาสให้ ฮัลล์ พลิกสถานการณ์ภายในเวลาเพียงหกนาที และแม้ ชูเอา เปโดร จะช่วยกู้สถานการณ์กลับมาได้ในครึ่งหลัง แต่ “สิงห์บลูส์” ก็ไม่สามารถทำประตูชัยได้
Reuters ระบุว่าเกมรับยังคงเป็นปัญหาของ เชลซี หลังทีมยังไม่สามารถเก็บคลีนชีตได้เลยในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้
เชลซี 2-2 ฮัลล์ ซิตี้
ผู้ทำประตู: มอร์แกน โรเจอร์ส 7' (เชลซี), โมฮาเหม็ด เบลลูมี่ 28', 34' (ฮัลล์ ซิตี้), ชูเอา เปโดร 66' (เชลซี),
แอสซิสต์: ชูเอา เปโดร (โรเจอร์ส), ไรอัน ไจลส์ (เบลลูมี่ 28'), โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่ (เบลลูมี่ 34'), โคล พาลเมอร์ (ชูเอา เปโดร),
รายการ: Premier League 2026/27 สัปดาห์ที่ 4,
วันที่แข่งขัน: 12 กันยายน 2026,
สนาม: Stamford Bridge, London,
สกอร์ครึ่งแรก: เชลซี 1-2 ฮัลล์ ซิตี้,
ผลการแข่งขัน: Chelsea 2-2 Hull City,
สถานการณ์หลังเกม: ฮัลล์ ซิตี้ เก็บเพิ่มเป็น 8 คะแนนจาก 4 นัดและยังไม่แพ้ใคร ส่วน เชลซี ต้องแบ่งแต้มในบ้านหลังตามตีเสมอในครึ่งหลัง