ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2026/27 รอบลีกเฟส นัดที่ 1 เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน 2026 ที่สนาม อัลลิอันซ์ อารีน่า เป็นการพบกันระหว่าง บาเยิร์น มิวนิค เปิดบ้านรับการมาเยือนของ โบโด/กลิมท์ ทีมแกร่งจากนอร์เวย์
เกมนี้ครึ่งแรก โบโด/กลิมท์ ตั้งรับได้อย่างเหนียวแน่นจน บาเยิร์น เจาะไม่เข้าและเสมอกันอยู่ 0-0 แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปทันทีหลังพักครึ่ง เมื่อ จามาล มูเซียล่า ปลดล็อกในนาที 47 ก่อน แฮร์รี่ เคน โขกเพิ่มนาที 61, อัลฟอนโซ่ เดวีส์ ซัดลูกสามนาที 77 และ ไมเคิล โอลิเซ่ เหมาสองประตูช่วงท้ายในนาที 83 และ 90+2 ปิดเกมด้วยชัยชนะขาดลอย 5-0
บาเยิร์น เริ่มต้นเกมด้วยการครองบอลเหนือกว่าอย่างชัดเจน โดยทีมของ แว็งซ็องต์ กอมปานี พยายามต่อบอลกดดันเข้าใส่แนวรับทีมเยือนตั้งแต่นาทีแรก
อย่างไรก็ตาม โบโด/กลิมท์ วางเกมรับได้อย่างมีระเบียบและปิดพื้นที่บริเวณหน้ากรอบเขตโทษได้ดี ทำให้เจ้าถิ่นสร้างโอกาสจะแจ้งได้ไม่มากนัก
โอกาสใกล้เคียงที่สุดใน 45 นาทีแรกเป็นของ โยชัว คิมมิช ที่ยิงไปชนเสา ขณะที่ผู้รักษาประตู นิกิต้า ไฮคิน ก็มีส่วนสำคัญในการช่วยให้ทีมเยือนรักษาสกอร์ 0-0 เอาไว้จนจบครึ่งแรก
ก่อนเริ่มครึ่งหลัง โบโด/กลิมท์ เจอปัญหาเมื่อ นิกิต้า ไฮคิน ไม่สามารถเล่นต่อได้ ทำให้ต้องส่ง ยูเลียน ฟาเย่ ลุนด์ ลงมาเฝ้าเสาแทน
และแทบจะทันทีหลังนายทวารสำรองลงสนาม บาเยิร์น ก็สามารถทำลายแนวรับของทีมเยือนได้สำเร็จ
กลับมาเล่นครึ่งหลังเพียงสองนาที ประตูที่แฟนบอลเจ้าถิ่นรอคอยก็มาถึง
แฮร์รี่ เคน มีส่วนกับจังหวะบุก ก่อนบอลมาถึง จามาล มูเซียล่า ภายในกรอบเขตโทษ และดาวเตะทีมชาติเยอรมนีจัดการยิงผ่าน ลุนด์ เข้าประตู
บาเยิร์น มิวนิค 1-0 โบโด/กลิมท์
ประตูนี้มีความหมายมากกว่าการขึ้นนำ เพราะยังเป็น ประตูที่ 900 ของ บาเยิร์น ในฟุตบอลถ้วยยุโรป อีกด้วย หลัง UEFA ระบุก่อนเกมว่าพวกเขาต้องการอีกเพียงหนึ่งประตูเพื่อแตะหลักดังกล่าว
เมื่อประตูแรกมา เกมก็เปิดทันที และ บาเยิร์น เริ่มสร้างโอกาสได้มากขึ้นเรื่อยๆ
นาที 61 ไมเคิล โอลิเซ่ เปิดบอลเข้าไปในพื้นที่อันตราย ก่อน แฮร์รี่ เคน จะเข้าถึงบอลและโหม่งจบสกอร์เข้าไป
บาเยิร์น มิวนิค 2-0 โบโด/กลิมท์
ประตูนี้ทำให้ เคน ยิงได้ในแชมเปี้ยนส์ ลีก 8 นัดติดต่อกัน และกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นกลุ่มพิเศษที่เคยทำสถิติดังกล่าวได้ในรายการนี้ ร่วมกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ และ รุด ฟาน นิสเตลรอย
หลังนำ 2-0 รูปเกมแทบจะเป็นของ บาเยิร์น ทั้งหมด
เจ้าถิ่นสามารถขยับบอลได้รวดเร็วกว่าเดิม ขณะที่พื้นที่ระหว่างแนวรับของ โบโด/กลิมท์ เริ่มเปิดกว้าง ส่งผลให้ โอลิเซ่, เคน และแนวรุกของเสือใต้มีพื้นที่เล่นมากขึ้น
จากทีมที่สร้างความอึดอัดให้ บาเยิร์น ได้ตลอดครึ่งแรก โบโด/กลิมท์ เริ่มรับมือกับเกมรุกของเจ้าถิ่นไม่ไหว
ประตูที่สามมาถึงในนาที 77 และถือเป็นหนึ่งในลูกยิงที่สวยที่สุดของเกม
อัลฟอนโซ่ เดวีส์ เติมขึ้นมารับบอลบริเวณนอกกรอบเขตโทษ ก่อนจัดการยิงแบบฮาล์ฟวอลเลย์เต็มแรง บอลพุ่งผ่านแนวรับและผู้รักษาประตูเข้าไปอย่างเด็ดขาด
บาเยิร์น มิวนิค 3-0 โบโด/กลิมท์
เมื่อสกอร์ขยับเป็นสามประตู เกมแทบจะปิดลงทันที แต่เจ้าถิ่นยังไม่หยุดเดินหน้าหาประตูเพิ่มเติม
หลังทำแอสซิสต์ให้ เคน ไปแล้ว โอลิเซ่ ก็มีชื่อเป็นผู้ทำประตูด้วยตัวเอง
นาที 83 ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศสรับบอลจาก เลนนาร์ต คาร์ล ก่อนสร้างพื้นที่และจัดการจบสกอร์อย่างเฉียบขาด
บาเยิร์น มิวนิค 4-0 โบโด/กลิมท์
เกมนี้ โอลิเซ่ กลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่สร้างความแตกต่างมากที่สุด โดยมีทั้งประตูและแอสซิสต์ ก่อนจะมาบวกเพิ่มอีกหนึ่งลูกในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ
สถานการณ์ของทีมเยือนยิ่งแย่ลงในนาที 87 เมื่อ โอดิน บียอร์ทุฟท์ ถูกผู้ตัดสินแจกใบแดงจากจังหวะหยุดเกมรุกของเจ้าถิ่น
โบโด/กลิมท์จึงต้องเล่นช่วงท้ายด้วยผู้เล่นเพียง 10 คน ในขณะที่ บาเยิร์น ยังคงเดินหน้ากดดันเพื่อหาประตูที่ห้า
ก่อนเสียงนกหวีดสุดท้ายดังขึ้น ไมเคิล โอลิเซ่ มอบของขวัญส่งท้ายให้แฟนบอลใน อัลลิอันซ์ อารีน่า
นาที 90+2 แนวรุกชาวฝรั่งเศสได้จังหวะจบสกอร์อีกครั้งและไม่พลาด ส่งบอลเข้าประตูเป็นลูกที่สองของตัวเองในเกมนี้
บาเยิร์น มิวนิค 5-0 โบโด/กลิมท์
ทำให้ โอลิเซ่ จบค่ำคืนนี้ด้วยผลงาน 2 ประตู 1 แอสซิสต์ และมีบทบาทโดยตรงกับสามจากห้าประตูของเจ้าถิ่น
ด้วยผลงานสองประตูและหนึ่งแอสซิสต์ จึงไม่น่าแปลกใจที่ ไมเคิล โอลิเซ่ จะได้รับเลือกจาก UEFA ให้เป็น Player of the Match
นอกจากตัวเลขการมีส่วนร่วมกับประตูแล้ว โอลิเซ่ยังเป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนเกมรุกสำคัญของ บาเยิร์น โดยเฉพาะในครึ่งหลังที่เจ้าถิ่นเร่งจังหวะและเล่นงานแนวรับทีมเยือนได้อย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของเกมนี้คือทั้ง 5 ประตูของ บาเยิร์น เกิดขึ้นในครึ่งหลังทั้งหมด
จากครึ่งแรกที่ โบโด/กลิมท์ สามารถยันสกอร์ 0-0 ได้อย่างเหนียวแน่น กลับกลายเป็นคนละเกมหลัง มูเซียล่า ยิงประตูแรก เพราะหลังจากนั้น เคน, เดวีส์ และ โอลิเซ่ ต่างพาเหรดกันทำประตูจนสกอร์ขาดลอย
ชัยชนะครั้งนี้ยังทำให้ บาเยิร์น รักษาสถิติสุดยอดในการออกสตาร์ตแชมเปี้ยนส์ ลีก โดยพวกเขาชนะเกมเปิดรายการเป็นฤดูกาลที่ 23 ติดต่อกัน นับตั้งแต่แพ้ เดปอร์ติโบ ลา คอรุนญ่า เมื่อเดือนกันยายน 2002
หลังประเดิมด้วยสามคะแนนเต็ม บาเยิร์น มีโปรแกรมลีกเฟสนัดต่อไปด้วยการออกไปเยือน ไวกิ้ง วันที่ 13 ตุลาคม 2026 ก่อนกลับมาเปิดบ้านพบ อาร์เซน่อล วันที่ 21 ตุลาคม
จากนั้นยังมีเกมสำคัญรออยู่ทั้ง แอตเลติโก มาดริด, ลีลล์, สลาเวีย ปราก, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เรอัล เบติส
บาเยิร์น มิวนิค 5-0 โบโด/กลิมท์
ผู้ทำประตู: จามาล มูเซียล่า 47', แฮร์รี่ เคน 61', อัลฟอนโซ่ เดวีส์ 77', ไมเคิล โอลิเซ่ 83', 90+2',
Player of the Match: ไมเคิล โอลิเซ่,
รายการ: UEFA Champions League 2026/27 รอบ League Phase นัดที่ 1,
วันที่แข่งขัน: 10 กันยายน 2026,
สนาม: Allianz Arena, Munich,
สกอร์ครึ่งแรก: บาเยิร์น มิวนิค 0-0 โบโด/กลิมท์,
ผลการแข่งขัน: Bayern München 5-0 Bodø/Glimt,
ใบแดง: โอดิน บียอร์ทุฟท์ 87' (โบโด/กลิมท์),
สถานการณ์หลังเกม: บาเยิร์นประเดิมลีกเฟสด้วยสามคะแนนเต็มและผลต่างประตู +5,