ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2026/27 สัปดาห์ที่ 3 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2026 ที่สนาม เอมิเรตส์ สเตเดียม เป็นศึกลอนดอนดาร์บี้ระหว่างแชมป์เก่า อาร์เซน่อล เปิดบ้านรับการมาเยือนของ เชลซี
เกมนี้เริ่มต้นแบบช็อกแฟนเจ้าถิ่น เมื่อ มอร์แกน โรเจอร์ส ยิงให้ เชลซี ขึ้นนำหลังผ่านไปเพียง 77 วินาที แต่ อาร์เซน่อล ตอบสนองได้อย่างยอดเยี่ยม ก่อนอดีตนักเตะสิงห์บลูส์อย่าง ไค ฮาแวร์ตซ์ ยิงตีเสมอนาที 25
ต้นครึ่งหลัง มาร์ติน โอเดการ์ด กัปตันทีมปืนใหญ่ จบการประสานงานสุดสวยเป็นประตูแซงนำ 2-1 และกลายเป็นประตูชัย ส่งให้ทีมของ มิเกล อาร์เตต้า รักษาสถิติชนะ 100% ในช่วงเปิดฤดูกาลต่อไป
เสียงเชียร์ในเอมิเรตส์เงียบลงอย่างรวดเร็ว เพราะเกมเริ่มต้นได้เพียง 77 วินาที เชลซี ก็ทำประตูขึ้นนำ
จังหวะเริ่มจากลูกฟรีคิกของ รีซ เจมส์ ที่ถูกเปิดเข้าไปในพื้นที่อันตราย อาร์เซน่อลพยายามเคลียร์บอล แต่บอลยังมาเข้าทางฝั่งทีมเยือน ก่อน จอร์เรล ฮาโต้ จะโหม่งตั้งกลับมาให้ มอร์แกน โรเจอร์ส
โรเจอร์สไม่ปล่อยโอกาสหลุดมือ วอลเลย์ด้วยเท้าขวาส่งบอลผ่าน ดาบิด ราย่า เข้าประตู
อาร์เซน่อล 0-1 เชลซี
นอกจากจะเป็นประตูเร็วแล้ว โรเจอร์สยังสร้างประวัติศาสตร์ร่วมกับ เชลซี ซึ่งกลายเป็นทีมแรกในพรีเมียร์ลีกที่ยิงประตูภายใน 5 นาทีแรกได้ตลอด 3 นัดแรกของฤดูกาล
หลังเสียประตูเร็ว อาร์เซน่อล ไม่ได้เสียรูปเกม แต่กลับเร่งเครื่องบุกใส่ เชลซี อย่างหนัก
นาทีที่ 5 ลูกฟรีคิกต่ำของ โอเดการ์ด สร้างความวุ่นวายภายในกรอบเขตโทษ ก่อน คาลาฟิออรี่ และ กาเบรียล จะพยายามเข้าชาร์จ แต่ยังไม่สามารถส่งบอลผ่านเส้นได้
นาทีที่ 12 เจ้าถิ่นส่งบอลเข้าสู่ประตูได้สำเร็จ เมื่อ ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่ ตามเข้าซ้ำจากจังหวะต่อเนื่องของลูกตั้งเตะ
อย่างไรก็ตาม VAR ตรวจสอบย้อนหลังและพบว่า เอซรี คอนซ่า อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าระหว่างการสร้างจังหวะ จึงยกเลิกประตู ทำให้ เชลซี ยังนำ 1-0
นาทีที่ 18 อาร์เซน่อลเกือบตีเสมออีกครั้ง เมื่อ บูกาโย่ ซาก้า ได้โอกาสจบสกอร์ แต่ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ ป้องกันเอาไว้ได้
อย่างไรก็ตาม ความกดดันอย่างต่อเนื่องของปืนใหญ่ส่งผลในนาทีที่ 25
ไค ฮาแวร์ตซ์ ได้บอลบริเวณขอบกรอบเขตโทษ ก่อนหาพื้นที่และยิงผ่าน มาร์ติเนซ เข้าไปทางเสาแรกอย่างเฉียบขาด
อาร์เซน่อล 1-1 เชลซี
เป็นอีกครั้งที่ ฮาแวร์ตซ์ สามารถทำประตูใส่อดีตต้นสังกัดได้ โดยนี่เป็นประตูพรีเมียร์ลีกลูกที่ 3 ของเขาในการเจอกับ เชลซี นับตั้งแต่ย้ายออกจากสแตมฟอร์ด บริดจ์
แม้ อาร์เซน่อล จะเป็นฝ่ายกดดันมากกว่า แต่ เชลซี แสดงให้เห็นว่าเกมสวนกลับของพวกเขาอันตรายมาก
นาทีที่ 31 โรเจอร์ส เกือบทำประตูที่สองของตัวเอง เมื่อได้โอกาสปั่นบอลภายในกรอบเขตโทษ แต่บอลโค้งหลุดเสาออกไปเพียงเล็กน้อย
จากนั้นช่วงทดเวลาครึ่งแรก เปโดร เนโต้ พาบอลขึ้นมาทางด้านขวา ก่อนหลบ กาเบรียล และยิงบอลไปชนเสาอย่างจัง
อาร์เซน่อลรอดจากการเสียประตูหวุดหวิด ก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 1-1
เริ่มครึ่งหลังได้เพียง 5 นาที อาร์เซน่อลก็พลิกสถานการณ์สำเร็จ
นาทีที่ 50 ปืนใหญ่ต่อบอลขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก่อน คริสตอส โซลิส จะจ่ายบอลเข้าไปในพื้นที่อันตราย
ฮาแวร์ตซ์ แสดงความฉลาดด้วยการปล่อยบอลผ่านโดยไม่สัมผัส เปิดพื้นที่ให้ มาร์ติน โอเดการ์ด ที่วิ่งสอดขึ้นมาจากแดนกลาง
กัปตันทีมชาตินอร์เวย์ไม่พลาด ซัดบอลผ่าน มาร์ติเนซ เข้าประตูอย่างเด็ดขาด
อาร์เซน่อล 2-1 เชลซี
เป็นจังหวะการเข้าทำที่ไหลลื่นและกลายเป็นประตูตัดสินเกม โดยแอสซิสต์ถูกบันทึกเป็นของ โซลิส ส่วน ฮาแวร์ตซ์ มีบทบาทสำคัญจากการหลอกปล่อยบอล
หลังขึ้นนำ อาร์เซน่อล ยังไม่ถอยลงไปรับ แต่พยายามตามหาประตูที่สามเพื่อปิดเกม
นาทีที่ 69 ซาก้าได้บอลบริเวณกรอบเขตโทษ ก่อนปั่นบอลหวังเสียบมุม แต่ มาร์ติเนซ บินปัดออกไปได้อย่างยอดเยี่ยม
อีกเพียงสามนาทีต่อมา อาร์เซน่อลได้ลูกเตะมุม ซาก้าเปิดเข้าไปให้ เอซรี คอนซ่า ขึ้นโหม่ง แต่ มาร์ติเนซยังแสดงปฏิกิริยายอดเยี่ยม ป้องกันบนเส้นประตูเอาไว้ได้
สองเซฟสำคัญทำให้ เชลซี ยังอยู่ในเกมและมีโอกาสลุ้นตีเสมอจนถึงช่วงท้าย
ช่วงท้าย เชลซี ทุ่มผู้เล่นขึ้นมาหาประตูตีเสมอ และเกือบทำสำเร็จในนาทีที่ 89
เอสเตเวา ได้บอลบริเวณด้านขวา ก่อนปั่นด้วยเท้าซ้าย บอลกำลังพุ่งเข้าสู่สามเหลี่ยมบน
แต่ ดาบิด ราย่า อ่านทางได้ยอดเยี่ยม ก่อนบินปัดบอลข้ามคานไปแบบสุดปลายมือ
กลายเป็นหนึ่งในเซฟสำคัญที่สุดของการแข่งขัน เพราะหากบอลลูกนี้เข้าประตู เชลซี มีโอกาสสูงที่จะบุกมาแบ่งแต้มจากเอมิเรตส์ได้
หนึ่งในพระเอกของเกมนี้คือ ไค ฮาแวร์ตซ์
นอกจากเป็นคนยิงประตูตีเสมอ 1-1 แล้ว กองหน้าทีมชาติเยอรมนียังมีบทบาทสำคัญกับประตูชัย ด้วยการปล่อยบอลอย่างชาญฉลาดให้ โอเดการ์ด สอดขึ้นมาจบสกอร์
Opta ระบุว่า ฮาแวร์ตซ์ ทำประตูพรีเมียร์ลีกใส่ เชลซี ได้แล้ว 3 ลูก นับตั้งแต่ออกจากสโมสร โดยในบรรดาอดีตนักเตะเชลซี มีเพียง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ เควิน เดอ บรอยน์ ที่ยิงใส่สิงห์บลูส์ในพรีเมียร์ลีกหลังย้ายออกไปได้มากกว่าเขา
ส่วน มาร์ติน โอเดการ์ด กำลังเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ได้อย่างยอดเยี่ยม
ประตูชัยในเกมนี้ทำให้กัปตันทีมปืนใหญ่มีผลงาน 3 ประตูจาก 4 นัดในทุกรายการ ช่วงต้นฤดูกาล 2026/27
ตัวเลขดังกล่าวโดดเด่นเป็นพิเศษ เมื่อเทียบกับฤดูกาลที่แล้วซึ่ง โอเดการ์ด ทำได้เพียงหนึ่งประตูจากการลงเล่น 36 นัด
แม้สุดท้าย เชลซี จะไม่มีคะแนนกลับออกไป แต่ มอร์แกน โรเจอร์ส ยังคงสร้างผลงานส่วนตัวได้อย่างโดดเด่น
เขากลายเป็นนักเตะ เชลซี คนแรกนับตั้งแต่ เอแด็น อาซาร์ ในฤดูกาล 2018/19 ที่สามารถยิงประตูหรือแอสซิสต์ได้ในพรีเมียร์ลีกทั้งสามนัดแรกของฤดูกาล
และหากนับเฉพาะนักเตะอังกฤษ เขาเป็นคนแรกของสโมสรที่ทำได้ตั้งแต่ แฟรงค์ แลมพาร์ด ในฤดูกาล 2002/03
หมดเวลาการแข่งขัน อาร์เซน่อล 2-1 เชลซี
ชัยชนะทำให้ทีมของ มิเกล อาร์เตต้า เก็บ 9 คะแนนเต็มจากสามนัดแรก พร้อมรักษาสถิติชนะ 100% เช่นเดียวกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ขณะที่ เชลซี ของ ชาบี อลอนโซ่ ต้องพบกับความพ่ายแพ้นัดแรกของฤดูกาล หลังเปิดซีซั่นด้วยชัยชนะสองนัดรวด โดยหลังจบเกม เชลซี มี 6 คะแนนจากสามนัด
สำหรับ อาร์เซน่อล นี่ถือเป็นบททดสอบสำคัญในเส้นทางป้องกันแชมป์ เพราะพวกเขาไม่เพียงเอาชนะหนึ่งในคู่แข่งสำคัญ แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการพลิกสถานการณ์ หลังถูกยิงนำตั้งแต่นาทีที่สองของเกม
อาร์เซน่อล 2-1 เชลซี
ผู้ทำประตู: มอร์แกน โรเจอร์ส 2' (เชลซี), ไค ฮาแวร์ตซ์ 25' (อาร์เซน่อล), มาร์ติน โอเดการ์ด 50' (อาร์เซน่อล),
แอสซิสต์ประตูชัย: คริสตอส โซลิส,
รายการ: พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2026/27 สัปดาห์ที่ 3,
วันที่แข่งขัน: 6 กันยายน 2026,
สนาม: Emirates Stadium, London,
ผู้ตัดสิน: Chris Kavanagh,
ผลการแข่งขัน: Arsenal 2-1 Chelsea,
สถานการณ์หลังเกม: อาร์เซน่อล ชนะ 3 นัดรวด มี 9 คะแนนเต็ม ส่วน เชลซี มี 6 คะแนนจาก 3 นัด,