ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2026/27 สัปดาห์ที่ 3 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2026 ที่สนาม ฮิลล์ ดิกคินสัน สเตเดียม เอฟเวอร์ตัน เปิดบ้านรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
เกมนี้ “ปีศาจแดง” ขึ้นนำถึงสองครั้งจาก ไบรอัน เอ็มเบอโม่ และ เบนจามิน เชชโก้ แต่ เอฟเวอร์ตัน ไม่ยอมแพ้ โดย ไทริค จอร์จ ยิงตีเสมอครั้งแรกในนาที 83 ก่อน เชชโก้ จะโหม่งให้ ยูไนเต็ด กลับมานำ 2-1 ในนาที 88
ทว่าดราม่ายังไม่จบ เมื่อ เอนส์ลีย์ เมตแลนด์-ไนล์ส ตัวสำรองที่เพิ่งย้ายมาและกำลังประเดิมสนามให้ เอฟเวอร์ตัน ซัดไกลสุดสวยในนาที 90+6 ช่วยเจ้าถิ่นตามตีเสมอ 2-2 แบ่งแต้มกันไปแบบสุดมัน
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายสร้างโอกาสอันตรายก่อน และเกือบได้ประตูตั้งแต่นาทีที่ 8
ไบรอัน เอ็มเบอโม่ โหม่งบอลตั้งให้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ได้วอลเลย์เต็มแรง แต่บอลพุ่งไปชนคานอย่างจัง ทำให้ เอฟเวอร์ตัน รอดจากการเสียประตูแบบหวุดหวิด
จากนั้นนาที 22 มาร์คัส แรชฟอร์ด เปิดบอลเข้ามาให้ มาเตอุส คุนญ่า บริเวณหน้าเขตโทษ แต่จังหวะยิงหลุดกรอบออกไป
แมนฯ ยูไนเต็ด จึงยังไม่สามารถเปลี่ยนโอกาสที่สร้างขึ้นให้กลายเป็นประตูได้
ช่วงท้ายครึ่งแรก เอฟเวอร์ตัน เริ่มสร้างความอันตรายกลับมาได้มากขึ้น
นาทีที่ 43 เมอร์ลิน เรอห์ล เปิดบอลเข้าพื้นที่อันตรายให้ เธียร์โน่ แบร์รี่ ได้โอกาสโหม่งแบบมีลุ้น แต่กองหน้าเจ้าถิ่นบังคับทิศทางบอลไม่ได้ บอลข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย
จากนั้นช่วงทดเวลาครึ่งแรก แมนฯ ยูไนเต็ด เกือบหลุดเข้าไปทำประตู แต่ จาร์ราด แบรนธ์เวต อ่านเกมได้ดีและเข้ามาสกัดจังหวะสำคัญเอาไว้
จบครึ่งแรก เอฟเวอร์ตัน กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังเสมอกัน 0-0
กลับมาเล่นครึ่งหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด ใช้เวลาเพียง 61 วินาที ในการปลดล็อกประตูแรก
ไบรอัน เอ็มเบอโม่ รับบอลทางด้านขวา ก่อนลากตัดเข้าในผ่านแนวรับ เอฟเวอร์ตัน และปั่นด้วยเท้าซ้ายส่งบอลเรียดเสียบมุมอย่างสวยงาม
เอฟเวอร์ตัน 0-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
เป็นการจบสกอร์ที่แสดงให้เห็นถึงคุณภาพเฉพาะตัวของ เอ็มเบอโม่ และทำให้ทีมของ ไมเคิล คาร์ริค ได้เปรียบตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง
หลังตกเป็นฝ่ายตามหลัง เดวิด มอยส์ พยายามปรับเกมของ เอฟเวอร์ตัน โดยหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการส่ง แจ็ค กรีลิช ลงสนามในครึ่งหลัง
กรีลิช ซึ่งกลับมาร่วม เอฟเวอร์ตัน ด้วยสัญญายืมตัวอีกครั้ง ช่วยเพิ่มความสร้างสรรค์ทางฝั่งซ้าย และทำให้เจ้าถิ่นสามารถกดดันแนวรับ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้มากขึ้น
เกมเริ่มเปลี่ยนจากที่ ยูไนเต็ด คุมสถานการณ์ได้ กลายเป็น เอฟเวอร์ตัน ที่ค่อยๆ เพิ่มแรงกดดันและตามหาประตูตีเสมอ
ความพยายามของเจ้าถิ่นมาประสบความสำเร็จในนาทีที่ 83
เฮย์เดน แฮ็คนีย์ จ่ายบอลให้ ไทริค จอร์จ ทางด้านขวาของกรอบเขตโทษ
จอร์จไม่ลังเล ก่อนตะบันเต็มข้อส่งบอลพุ่งแรงผ่าน เซนเน่ ลัมเมนส์ เข้าไปที่เสาแรกอย่างเด็ดขาด
เอฟเวอร์ตัน 1-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
เป็นประตูที่ทั้งหนักและเฉียบขาด พร้อมปลุกเสียงเชียร์ภายใน ฮิลล์ ดิกคินสัน สเตเดียม ให้กลับมาดังกระหึ่มอีกครั้ง
หลังเสียประตูตีเสมอ แมนฯ ยูไนเต็ด ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว
นาทีที่ 88 บรูโน่ แฟร์นันด์ส จ่ายบอลออกทางซ้ายให้ ลุค ชอว์ เติมเกมขึ้นมา ก่อนแบ็กซ้ายทีมชาติอังกฤษจะเปิดบอลเข้าไปบริเวณหน้าประตู
เบนจามิน เชชโก้ เทกตัวขึ้นโหม่งจากระยะประมาณ 7 หลา บอลผ่าน จอร์แดน พิคฟอร์ด เข้าไป
เอฟเวอร์ตัน 1-2 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ประตูนี้ดูเหมือนจะกลายเป็นประตูชัยของปีศาจแดง และยังเป็น ประตูแรกของ เชชโก้ ในฤดูกาลนี้ ด้วย
แต่ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกมักมีดราม่าจนถึงวินาทีสุดท้าย และเกมนี้ก็เช่นกัน
เข้าสู่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 90+6 บอลถูกเคลียร์ออกมาบริเวณนอกกรอบเขตโทษ ก่อนเข้าทาง เอนส์ลีย์ เมตแลนด์-ไนล์ส
เจ้าตัวไม่จับบอล ก่อนวางเท้ายิงแบบเฟิร์สไทม์จากระยะประมาณ 25 หลา บอลโค้งพุ่งเสียบสามเหลี่ยมอย่างสวยงาม โดย ลัมเมนส์ แทบไม่มีโอกาสป้องกัน
เอฟเวอร์ตัน 2-2 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ประตูดังกล่าวเกิดขึ้นในเวลา 95:11 นาที และกลายเป็นประตูเหย้าที่เกิดขึ้นช้าที่สุดของ เอฟเวอร์ตัน ที่สนามฮิลล์ ดิกคินสัน ณ เวลานั้น
สิ่งที่ทำให้ประตูตีเสมอลูกนี้พิเศษยิ่งขึ้นคือ นี่เป็น เกมประเดิมสนามของ เมตแลนด์-ไนล์ส กับ เอฟเวอร์ตัน
ดาวเตะสารพัดประโยชน์ถูกส่งลงมาแทน เจมส์ การ์เนอร์ ในนาที 77 ก่อนใช้เวลาในสนามไม่ถึง 20 นาทีสร้างหนึ่งในโมเมนต์ที่น่าจดจำที่สุดของเกม
เขายังกลายเป็นนักเตะคนแรกที่สามารถยิงประตูในการประเดิมสนามให้ เอฟเวอร์ตัน นับตั้งแต่ ริชาร์ลิซอน เมื่อเดือนสิงหาคม 2018
สำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผลเสมอนัดนี้น่าผิดหวังไม่น้อย เพราะทีมของ ไมเคิล คาร์ริค เป็นฝ่ายขึ้นนำถึง สองครั้ง
เอ็มเบอโม่ ยิงให้ทีมนำ 1-0 ก่อนถูก จอร์จ ตีเสมอ จากนั้น เชชโก้ ทำประตู 2-1 ขณะที่เหลือเวลาในเกมเพียงไม่กี่นาที
แต่ท้ายที่สุด แมนฯ ยูไนเต็ด กลับไม่สามารถรักษาความได้เปรียบเอาไว้ได้
คาร์ริคยอมรับหลังเกมว่าการเสียประตูช่วงทดเวลาทำให้เจ็บปวด เพราะทีมสามารถพาตัวเองเข้าสู่สถานการณ์ที่มีโอกาสคว้าสามคะแนนแล้ว แต่ยังต้องเรียนรู้เรื่องการบริหารเกมให้ดีกว่านี้
อีกหนึ่งประเด็นที่น่ากังวลสำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด คือเกมรับ
หลังผ่านการแข่งขันพรีเมียร์ลีกสามนัดแรก ปีศาจแดง เสียอย่างน้อย 2 ประตูทุกเกม
Sky Sports ระบุว่า นี่เป็นเพียงครั้งที่สองในรอบ 50 ปีที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เสียตั้งแต่สองประตูขึ้นไปในแต่ละเกมของสามนัดแรกของฤดูกาล โดยครั้งก่อนเกิดขึ้นในฤดูกาล 2020/21
ผลเสมอทำให้ เอฟเวอร์ตัน ยังไม่แพ้ใครในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2026/27 โดยมี 5 คะแนนจากสามเกมแรก
ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มี 4 คะแนนจาก 3 นัด หลังเริ่มต้นฤดูกาลด้วยการแพ้ ฮัลล์ ซิตี้ ก่อนถล่ม อิปสวิช ทาวน์ 5-2 และมาเสมอ เอฟเวอร์ตัน 2-2
หลังจบเกม เอฟเวอร์ตัน อยู่ในอันดับ 8 ส่วน แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่ที่อันดับ 11 ของตารางในช่วงจบการแข่งขันวันอาทิตย์
เอฟเวอร์ตัน 2-2 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ผู้ทำประตู: 0-1 ไบรอัน เอ็มเบอโม่ (46'), 1-1 ไทริค จอร์จ (83'), 1-2 เบนจามิน เชชโก้ (88'), 2-2 เอนส์ลีย์ เมตแลนด์-ไนล์ส (90+6'),
รายการ: พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2026/27 สัปดาห์ที่ 3,
วันที่แข่งขัน: 6 กันยายน 2026,
สนาม: Hill Dickinson Stadium, Liverpool,
ผู้ตัดสิน: John Brooks,
ผลการแข่งขัน: Everton 2-2 Manchester United,
สถานการณ์: เอฟเวอร์ตันตามตีเสมอสองครั้ง โดยประตูสุดท้ายเกิดขึ้นในนาที 90+6,