ศึก ลาลีกา สเปน ฤดูกาล 2026/27 สัปดาห์ที่ 4 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2026 ที่สนาม เมสตาย่า เป็นการพบกันระหว่าง บาเลนเซีย เปิดบ้านรับการมาเยือนของแชมป์เก่า บาร์เซโลนา
เกมนี้กลายเป็นค่ำคืนที่แนวรุกของ “เจ้าบุญทุ่ม” ระเบิดฟอร์มอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะ ลามีน ยามาล ที่เหมาคนเดียว 2 ประตู ขณะที่ เฟร์มิน โลเปซ มีส่วนโดยตรงถึง 3 ประตูจากผลงาน 1 ประตู 2 แอสซิสต์ ส่วน ราฟินญ่า และ เปดรี ช่วยกันทำอีกคนละประตู
จบเกม บาร์เซโลนา บุกถล่ม บาเลนเซีย 5-0 ทำสถิติชนะ 4 นัดรวด เก็บ 12 คะแนนเต็ม พร้อมยิงไปแล้วถึง 17 ประตูในช่วงเปิดฤดูกาล
บาร์เซโลนา ใช้เวลาเพียง 6 นาที ในการเจาะแนวรับเจ้าถิ่น
เฟร์มิน โลเปซ มองเห็นการเคลื่อนที่ของ ลามีน ยามาล ก่อนจ่ายบอลทะลุแนวรับเข้าไปในพื้นที่ด้านขวา
ยามาล วิ่งเข้าหาบอลและจบสกอร์ด้วยเท้าซ้ายจากมุมแคบ บอลผ่าน สโตเล่ ดิมิทรีเยฟสกี้ เข้าไปอย่างเหนือชั้น
บาเลนเซีย 0-1 บาร์เซโลนา
อีกเพียงสองนาทีต่อมา ยามาล ส่งบอลเข้าประตูได้อีกครั้ง แต่ VAR ตรวจสอบและยกเลิกประตูเนื่องจากเป็นจังหวะล้ำหน้า ทำให้สกอร์ยังอยู่ที่ 1-0
นาทีที่ 22 บาร์ซ่าได้ประตูที่สอง
คราวนี้ แอนโธนี่ กอร์ดอน ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมในกรอบเขตโทษ ก่อนดึงบอลกลับมาให้ เฟร์มิน โลเปซ
เฟร์มิน จัดการยิงด้วยเท้าซ้ายเรียดเข้าไปที่มุมประตูอย่างเฉียบขาด
บาเลนเซีย 0-2 บาร์เซโลนา
นอกจากทำประตูได้แล้ว เฟร์มินยังเป็นคนแอสซิสต์ประตูแรกให้ ยามาล ทำให้เพียง 22 นาทีแรกเจ้าตัวมีผลงาน 1 ประตู 1 แอสซิสต์แล้ว ส่วน กอร์ดอน ทำแอสซิสต์ที่ 4 ของตัวเองในช่วงเปิดฤดูกาลกับบาร์ซ่า
แม้ถูกนำสองประตู แต่ บาเลนเซีย ยังพยายามใช้เกมสวนกลับโจมตีพื้นที่ด้านหลังแนวรับของทีมเยือน
อาร์เนาต์ ดันจูม่า มีโอกาสสำคัญสองครั้ง แต่ไม่สามารถผ่าน โจน การ์เซีย ผู้รักษาประตูบาร์เซโลนาได้
อีกด้านหนึ่ง บาร์ซ่าเองมีโอกาสเพิ่มสกอร์หลายครั้ง ทั้งจาก ยามาล, เปดรี และ กอร์ดอน
เฟร์มินเกือบทำประตูที่สองของตัวเองได้เช่นกัน แต่ ดิมิทรีเยฟสกี้ ปัดบอลไปชนเสา
จบครึ่งแรก บาร์เซโลนา นำ 2-0
เริ่มครึ่งหลัง บาร์เซโลนา ไม่ได้ลดความเร็วในการเล่น และใช้เวลาเพียง 5 นาทีทำประตูที่สาม
จังหวะนี้ ลามีน ยามาล มีส่วนในการพาบอลขึ้นหน้า ก่อนปล่อยให้ เฟร์มิน หลุดเข้าไปทางฝั่งซ้าย
เฟร์มิน เปิดบอลเรียดผ่านหน้าประตูไปถึง ราฟินญ่า ที่เสาไกล ก่อนดาวเตะบราซิลจะเข้าชาร์จระยะเผาขนไม่พลาด
บาเลนเซีย 0-3 บาร์เซโลนา
ทำให้ เฟร์มิน ขยับผลงานในเกมนี้เป็น 1 ประตู 2 แอสซิสต์ และกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดของการแข่งขัน
หลังนำ 3-0 รูปเกมยังคงเป็นของทีมเยือน
นาทีที่ 56 เฟร์มิน เปิดลูกเตะมุมเข้าไปให้ โรดรี ซึ่งออกสตาร์ตเป็นตัวจริงให้บาร์เซโลนาเป็นครั้งแรก ได้ขึ้นโหม่งเต็มศีรษะ
บอลผ่านมือผู้รักษาประตูไปแล้ว แต่ชนคานอย่างจัง
หลังจากนั้น กอร์ดอน ยังได้ยิงตรงกรอบ แต่ ดิมิทรีเยฟสกี้ ช่วยเซฟเอาไว้ได้ ก่อน ฮันซี่ ฟลิค จะเริ่มทยอยเปลี่ยนตัวเพื่อรักษาความสดของทีม
เมื่อเข้าสู่ช่วงท้ายเกม บาเลนเซีย เริ่มต้านความหลากหลายในการเข้าทำของบาร์เซโลนาไม่ไหว
นาทีที่ 79 ดานี่ โอลโม่ ซึ่งลงมาเป็นตัวสำรอง ประสานงานกับ เปดรี ก่อนจ่ายบอลให้กองกลางทีมชาติสเปนเข้าจบสกอร์ในกรอบเขตโทษ
เปดรี ยิงเรียดไปทางเสาซ้ายผ่านมือ ดิมิทรีเยฟสกี้ เข้าไป
บาเลนเซีย 0-4 บาร์เซโลนา
และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของผลงาน โอลโม่ ในช่วงท้ายเกม เพราะเจ้าตัวยังมีอีกหนึ่งแอสซิสต์ตามมา
เพียง 5 นาทีหลังประตูของ เปดรี บาร์เซโลนา ก็ได้ประตูที่ห้า
ดานี่ โอลโม่ จ่ายทะลุช่องให้ ลามีน ยามาล หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ
ยามาล จัดการยิงด้วยเท้าซ้ายผ่านผู้รักษาประตูเข้าไป ก่อน VAR จะตรวจสอบจังหวะดังกล่าวและยืนยันให้เป็นประตู
บาเลนเซีย 0-5 บาร์เซโลนา
เป็นประตูที่สองของ ยามาล ในเกมนี้ หลังจากเปิดสกอร์ตั้งแต่นาที 6 และทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในพระเอกของชัยชนะครั้งใหญ่ที่เมสตาย่า
แม้ ยามาล จะทำสองประตู แต่หากมองถึงผู้เล่นที่ขับเคลื่อนเกมรุกทั้งหมด ชื่อของ เฟร์มิน โลเปซ โดดเด่นไม่แพ้กัน
เฟร์มิน แอสซิสต์ให้ ยามาล เปิดสกอร์ ก่อนยิงประตู 2-0 ด้วยตัวเอง และเป็นคนเปิดให้ ราฟินญ่า ทำประตู 3-0
รวมแล้วเจ้าตัวมีส่วนโดยตรงกับ 3 จาก 5 ประตู ของบาร์เซโลนา ขณะที่ Reuters ยกให้เขาเป็นผู้เล่นโดดเด่นของชัยชนะเกมนี้
สำหรับ ลามีน ยามาล สองประตูในเกมนี้ทำให้เจ้าตัวมีผลงานยิงถึง 6 ประตูจากการแข่งขันลาลีกา 4 นัดแรกของฤดูกาล
สโมสรบาร์เซโลนาระบุว่า ในศตวรรษนี้มีเพียง ลิโอเนล เมสซี่ เท่านั้นที่เคยยิงได้ถึง 6 ประตูใน 4 เกมลีกแรกของฤดูกาลให้กับบาร์ซ่า
ยามาลจึงไม่ได้เพียงช่วยทีมเก็บชัยชนะ แต่ยังเริ่มต้นฤดูกาล 2026/27 ด้วยตัวเลขที่โดดเด่นอย่างมาก
ตัวเลขหลังเกมสะท้อนความเหนือกว่าของ บาร์เซโลนา อย่างชัดเจน
ทีมเยือนครองบอลประมาณ 74% และสร้างโอกาสยิงถึง 25 ครั้ง โดยตรงกรอบ 10 ครั้ง ขณะที่ บาเลนเซีย ยิงเพียง 3 ครั้ง ตรงกรอบ 2 ครั้ง
ค่า Expected Goals หรือ xG ของ บาร์เซโลนา สูงถึง 4.05 เทียบกับ บาเลนเซีย 0.67 รวมถึงสัมผัสบอลในกรอบเขตโทษคู่แข่งมากถึง 55 ครั้ง
เรียกได้ว่าเป็นเกมที่ทีมของ ฮันซี่ ฟลิค ควบคุมทั้งการครองบอลและการสร้างโอกาสได้แทบทั้งหมด
นอกจากชัยชนะ 5-0 แล้ว เกมนี้ยังเป็นวันประเดิมสนามของ กาเบรียล เชซุส
กองหน้าชาวบราซิลถูก ฮันซี่ ฟลิค ส่งลงสนามในนาทีที่ 81 แทน เปดรี และมีโอกาสยิงในช่วงท้ายการแข่งขัน
ขณะเดียวกัน ฟลิค ยังใช้ตัวสำรองอย่าง คาริม อเดเยมี่, มาร์ก เบร์นาล, อันเดรียส คริสเตนเซ่น และ ดานี่ โอลโม่ โดยเฉพาะ โอลโม่ ที่ลงมาแล้วทำสองแอสซิสต์ให้ เปดรี และ ยามาล
ชัยชนะที่เมสตาย่าทำให้ บาร์เซโลนา เป็นทีมเดียวที่ยังรักษาสถิติชนะ 100% ในลาลีกาฤดูกาลนี้
หลังผ่าน 4 นัด ทีมของ ฟลิค มี 12 คะแนนเต็ม ยิง 17 ประตู และเสียเพียง 2 ประตู พร้อมผลต่างประตูได้เสีย +15
ยิ่งไปกว่านั้น การที่ เรอัล มาดริด พลาดท่าแพ้ เรอัล เบติส ในสัปดาห์เดียวกัน ทำให้ บาร์เซโลนา สามารถสร้างช่องว่างเหนือคู่แข่งสำคัญได้ตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาล
บาเลนเซีย 0-5 บาร์เซโลนา
ผู้ทำประตู: ลามีน ยามาล 6', เฟร์มิน โลเปซ 22', ราฟินญ่า 50', เปดรี 79', ลามีน ยามาล 84',
แอสซิสต์: เฟร์มิน โลเปซ 2, แอนโธนี่ กอร์ดอน 1, ดานี่ โอลโม่ 2,
รายการ: ลาลีกา สเปน 2026/27 สัปดาห์ที่ 4,
วันที่แข่งขัน: 6 กันยายน 2026,
สนาม: Camp de Mestalla,
ผู้ชม: 47,319 คน,
ผู้ตัดสิน: Isidro Díaz de Mera Escuderos,
ผลการแข่งขัน: Valencia CF 0-5 FC Barcelona,
ผลงานบาร์เซโลนา: แข่ง 4, ชนะ 4, 12 คะแนน, ยิง 17, เสีย 2,